วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Wanted [chapter 10]




 Wanted [chapter 10]

  ร่างเล็กยอมเดินตามร่างแกร่งมาแต่โดยดี    ไม่มีเสียงทักท้วงใดๆทั้งสิ้นตลอดระยะทาง  กระทั่งร่างแกร่งของตำรวจหนุ่มหยุดชะงักเมื่อเดินมาจนถึงห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง

ถึงแล้วล่ะ..  ยูชอนหันมาบอกนักโทษร่างน้อยที่มัวแต่เดินเหม่อลอย  ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นสบมองด้วยแววตาอิดโรย  ราวกับจะบ่งบอกอะไรบางอย่างว่าเหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ไม่ยอมปริปากพูดออกมา  เห็นแล้วก็นึกสงสารจับใจ

หิวข้าวหรือเปล่า...แล้วได้กินอะไรมาบ้างเหรอยัง หืม

ย..ยังเลยครับ  มือเล็กสัมผัสท้องน้อยๆของตัวเองพลางลูบป้อยๆ ด้วยความหิวโหย  ใบหน้าหวานซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด  จากผิวพรรณที่ดูผ่องใสนวลเนียนไร้ที่ติ  ในตอนนี้กลับมีรอยตำหนิทั้งยังผอมโซจนน่าเป็นห่วง

เสร็จแล้ว...เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวนะ...เอ่อ  ในคุกนี่แหละ ไม่ได้ออกไปข้างนอกนะ อย่าเพิ่งดีใจ ยูชอนพูดแกมหยอก  หวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของคนตัวเล็กสักนิดก็ยังดี  และก็ได้ผล  หากแต่เป็นรอยยิ้มแห้งๆไร้ชีวิตชีวาไม่ได้สดใสเช่นดอกไม้แรกแย้มที่คอยแต่งแต้มให้โลกใบนี้ดูสดใสดั่งที่ใจต้องการ...แต่ก็ยังดี กว่าจุนซูไม่ยิ้มออกมาเลย....

มือใหญ่ผลักประตูที่ไม่ได้ล็อคให้เปิดออก พร้อมเดินนำคนตัวเล็กเข้าไปข้างใน  คนตัวเล็กจำต้องเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้  หัวใจดวงน้อยๆกำลังเต้นไม่เป็นส่ำ...  หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลซึมช่วงขมับด้วยความวิตก  เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับจำเลยของเขาในตอนนี้เลย

    ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดแคบ  มีเพียงโต๊ะยาวตั้งอยู่กลางห้องพร้อมแสงไฟสีเหลืองทองสลัวๆ   นั้นแลดูน่ากลัวในความรู้สึกของจุนซู  ร่างเล็กเดินเข้าไปยังโต๊ะยาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า  พร้อมหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามกับแม่เลี้ยงของเขา    ความเงียบผสมกับความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นภายในห้องแคบ  ผู้ที่ตกเป็นจำเลยซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามลอบยิ้มร้ายในขณะที่จุนซูไม่ทันได้มอง  แต่ยูชอนกำลังสังเกตเห็น...

ฉันขอคุยกับจุนซูตามลำพังได้มั้ย?” หญิงสาววัยสี่สิบปลายๆเอ่ยขอยูชอน   ขณะที่สายตากำลังจับจ้องไปที่จุนซูเพื่อสำรวจผลงาน   พลางยิ้มเยาะในใจ

ไม่ได้หรอกครับ...ยังไงเราก็ต้องยืนคุมจนกว่าจะหมดเวลาเยี่ยม”  ยืนกรานที่จะไม่ไป  เลยได้เห็นสายตาไม่พอใจของหญิงสาววัยกลางคน   จนกระทั่งจุนซูต้องคอยส่งสายตามองมาที่ยูชอน เป็นเชิงขอร้องให้ตนได้คุยกับผู้เป็นแม่เลี้ยงของเขาตามลำพัง

ยูชอนจึงยอมเดินออกไปแต่โดยดี โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดั่งเดิม  เมื่อภายในห้องเหลือเพียงแค่สองคน  อึนยองจึงเป็นฝ่ายเริ่มต้นสนทนาก่อน

เป็นยังไงบ้าง...ดูสิ มาอยู่ไม่กี่วัน  ทำไมดูซีดเซียวแบบนี้   ฉันสงสารเธอนะ  จุนซูน้ำเสียงที่แลดูเป็นห่วงจับใจแต่ความรู้สึกนั้นหาไม่....ใช่สิ  คิมอึนยอง กำลังสะใจเป็นบ้า

นี่แหละเวรกรรม  ทำอะไรกับใครไว้ ผลกรรมย่อมตามสนองในไม่ช้า ซึ่งเธอกำลังเผชิญมันอยู่ยังคงควบคุมน้ำเสียงให้แลดูเห็นใจคนฝั่งตรงข้าม  แต่ประโยคนั้นแดกดันกระแทกเข้ากลางใจอีกคนจนรู้สึกเจ็บปวด

เจ็บปวดเพราะความจริง...เขาไม่ได้ทำอะไรผิด  เหตุใด เขาจะต้องมาทนรับกับเวรกรรมที่ตนไม่ได้เป็นคนก่อ

ฟ้ามีตา...แต่ไม่เคยมองมาที่เขาเลยใช่มั้ย?

ผม...ไม่ได้ทำเสียงแหบพร่าดูไม่สู้ดีเอาเสียเลย  ประโยคแก้ตัวที่ฟังดูไม่ขึ้น  พูดให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ  เขาควรสงสารตัวเองใช่มั้ย? หรือสมเพชตัวเองดีนะ...

น่าเห็นใจนะ

แต่ฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้  เพราะหลักฐานมัดตัวซะขนาดนั้น

อีกอย่าง....เธอยังมีชีวิตอยู่  แต่ลูกชายของฉันเขาได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว  ฮึ่กก...เธอจะให้ฉันเห็นใจใครดีล่ะ  ฮึ  เค้นน้ำตาเพียงนิดก็ดูน่าสงสารขึ้นมาทันตาเห็น  เรื่องเสแสร้งนี่เขาถนัดนัก...

จุนซูไม่พูดอะไร  ได้แต่ก้มหน้าสะอื้นไห้อยู่เงียบๆ  สู้อยู่ทรมานกายภายในห้องนรกนั่นยังไม่เจ็บปวดทรมานหัวใจเท่าตอนนี้เลย 

อ้อ! รู้จักคิมแจจุงหรือเปล่า”  ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาตกใจ   ชื่อนี้ไม่ได้จำจนขึ้นใจ  หากแต่สมองก็ไม่เคยคิดจะลืมชื่อคนที่คอยแต่จะทำร้ายเขาได้เลย

ท..ทำไมหรอครับ

ฉันรู้จักกับเขาจู่ๆ ก็รู้สึกมีหินก้อนใหญ่กดทับลงมาที่หัวใจจนรู้สึกหนักอึ้งเหลือเกิน   แล้วยังไงอีก..รู้สึกเหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น..ใช่หรือเปล่า

ฉันฝากให้คิมแจจุงคอยอยู่ดูแลเธอในคุกนี้ยังไงล่ะ  จะได้ไม่เหงา

   อึนยองเพ่งพินิจเสมองดูลูกเลี้ยงไม่รู้เบื่อ  จากเด็กชายไร้เดียงสาผิวกายนวลผ่องสะอาดใส  ในตอนนี้มันก็คือซากศพดีๆนี่เอง

ดูแล...ดูแลด้วยการทำร้ายผมอย่างงั้นเหรอครับ ฮึ่กกหยดน้ำใสเริ่มครอรื้นที่สองขอบตา...  นัยน์ตาเรียวเล็กแดงก่ำ หยาดน้ำที่แทบกลั่นออกมาเป็นสายเลือด  นั่นก็ไม่ได้ช่วยรู้สึกดีขึ้นสักนิด   ร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังบรรเทาอาการรวดร้าวในหัวใจไม่ได้เลย

ทำร้ายเธอ  อย่างงั้นเหรอ  หึ! ก็สมควรแล้วนี่  ก็บอกแล้วมันคือเวรกรรม  เธอต้องชดใช้ นั่นมันไม่ถูกหรือไงแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจเริ่มแทนที่แววตาแสนอ่อนโยนก่อนหน้านี้   จุนซูไม่ใช่คนโง่  ที่จะมองไม่เห็น...เพียงแค่รู้สึกตัวช้าไปว่ากำลังโดน กลั่นแกล้งจากคนที่ไว้ใจ

จนกว่าคุณจะสะใจ..เชิญลงโทษผมเสียให้พอเถอะครับ

หากกฎหมายจะทำร้ายคนที่ไม่ได้ทำผิด...นั่นก็แล้วแต่ความอยุติธรรมในชั้นศาลที่จะตัดสินจุนซูพูดตัดพ้อ  นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายที่ได้ยินก็ถึงกับแสยะยิ้มอย่างเปิดเผย

เธอกำลังกล่าวหาว่าศาลไร้ความยุติธรรมงั้นเหรอ..ชั้นฟ้องข้อหาดูหมิ่นได้นะ

เชิญครับ...ยังไงมันคงไม่หนักไปกว่าคดีฆ่าคนตายนักหรอก

ร่างกาย  หรือหัวใจ  ที่กำลังอ่อนล้า  สองสิ่งนี้กำลังทำงานอย่างหนักจนตัวเขาแทบแบกรับมันไว้ไม่ไหว  เหนื่อย...เหนื่อยเหลือเกิน 

เอี๊ยดด..

ยูชอนเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ  ใบหน้าหวานเสหันไปมองด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจเพราะเขาทรมานที่จะต้องมานั่งเผชิญหน้ากับจำเลยของเขาเต็มทน  คำสนทนาแสนสั้นแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจเกินจะทานทน พอแล้ว...พอกันที  สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้  ไม่มีใครที่เขาจะไว้เนื้อเชื่อใจได้อีก...

หมดเวลาเยี่ยมแล้ว...   นั่นแหละ  คือคำที่เขาอยากได้ยินเหลือเกิน

ไว้ว่างๆฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะ... อ้อ! ลืมบอกไป  อาทิตย์หน้าเตรียมรอคำตัดสินของชั้นศาลด้วยล่ะ  ไว้วันนั้นเราค่อยเจอกันดีกว่าแอบลอบยิ้มเยาะในใจ แม้สีหน้าจะดูนิ่งเฉยก็ตาม  คุณนายคิมก้าวเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทีดูสง่า  แต่ภายในต่ำช้า มิอาจมีใครที่จะดูรู้

คีย์...ลูกต้องสะใจไม่แพ้แม่แน่ๆ  อยากให้มาเห็นกับตาจังเลย หึหึนั่นคือเสียงภายในใจของหญิงสาววัยกลางคน

จะเหลือแต่เพียงผู้เคราะห์ร้ายอย่าง คิมจุนซู  ที่จะต้องอยู่เผชิญกับความเจ็บปวดแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ฮึ่กก..ฮือออ...ใบหน้าหวานฟุบลงกับโต๊ะ พร้อมเสียงร้องไห้ดังระงมภายในห้องแคบ จนคนที่ฟังรู้สึกสะเทือนใจเหลือแสน มือใหญ่ยกขึ้นจะแตะสัมผัสเพื่อปลอบประโลม  แต่แล้วก็ต้องลดมือลง  เพราะเคยเห็นเวลาที่เด็กๆร้องไห้  ผู้ใหญ่ยิ่งปลอบ  เด็กน้อยก็ยิ่งได้ใจร้องไห้หนักเข้าไปอีก  หากแต่มาคิดดูอีกทีจุนซูก็โตแล้ว  ที่สำคัญไม่ได้ร้องไห้งอแงเพราะเรื่องไร้สาระเหมือนเด็กๆ  นี่มันเรื่องร้ายแรงเลยต่างหาก

ไม่เป็นไรนะ”  อยากจะโอบกอดเพื่อปลอบโยน  แต่คงทำได้แค่เพียงวางมือบนบ่าน้อยพร้อมคำพูดสั้นๆที่รู้ทั้งรู้ว่ามันคงไม่ได้ช่วยให้คนตัวเล็กรู้สึกดีขึ้นหรอก

ฮึ่กก...หากผมทำผิดจริง   ผมก็จะยอมตายเพื่อความยุติธรรมกับคนที่เสียชีวิตลงเพราะฝีมือของผม...แต่นี่..ฮือออ  ผมไม่ได้ทำผิด  ผมควร  ฮืออ  ผมสมควรที่จะตายหรือเปล่าใบหน้าหวานแหงนขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างใคร่หาคำตอบ ปรากฏคราบน้ำตาเลอะเต็มใบหน้า  จุนซูรู้สึกปวดระบมที่ดวงตาเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก   ร้องไปก็เท่านั้น  เขารู้..มันไม่ได้ช่วยอะไร...แต่น้ำตามันก็ไม่ยอมหยุดไหลเลยเมื่อหัวใจกำลังรู้สึกเจ็บ....

ฉันเชื่อนายนะ จุนซู...ฉันเชื่อว่านายไม่ได้ทำ

สักวันฉันจะหาหลักฐานมาให้ได้  ฉันจะช่วยให้นายรอดพ้น  เชื่อใจฉันเถอะนะจุนซู   ฉันรู้ว่านายเป็นคนดี  และฉัน...ก็พร้อมยินดีเสมอที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคนดีอย่างนาย  จุนซูรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที  แต่แล้วเมื่อหวนนึกถึงในความเป็นจริง  ว่าจะมีตำรวจที่ไหนกัน  ที่กล้ายื่นมือมาช่วยเหลือนักโทษ  หรืออาจจะเป็นเพราะเขาหูฝาด

แววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายส่งผ่านให้ยูชอนรับรู้  มือใหญ่ทั้งสองข้างจึงค่อยๆประคองไหล่บางเพื่อให้คนตัวเล็กได้ยืนขึ้นมา

เอาล่ะ..ที่นายได้ยินเมื่อครู่นี้ ฉันพูดจริง  นายไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ  ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน  ฉันก็ช่วยนายให้ออกจากคุกนี้ให้ได้  เพราะฉะนั้นตอนนี้สบายใจได้แล้วนะ  ไปกันเถอะ!”  มือใหญ่เปลี่ยนมาจับกระชับมือนุ่มนิ่มแทน  พร้อมพาร่างบอบบางเดินออกมานอกห้อง   แขนเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ รู้สึกเต็มตื้นในอกจนอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ

ขอบคุณนะครับ รอยยิ้มอ่อนๆ พร้อมคำขอบคุณจากปากของจุนซูที่กลั่นออกมาด้วยหัวใจนั้นทำให้ยูชอนรู้สึกดีมากเหลือเกิน
.
.



 ที่ห้องของแจจุง...

     ไม่รู้ต่อกี่ครั้งในระยะเวลาครึ่งค่อนวันที่เขาทั้งลุกทั้งนั่งด้วยความว้าวุ่นใจ  เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดแล้วสูบควันของมันลงไปในปอดไม่รู้จบ    นึกว่ามันจะช่วยให้ผ่อนคลาย  แต่เปล่าเลย...สมองไม่เคยที่จะหยุดคิดเรื่องของ...เจ้าเด็กนั่นได้เลยสักวินาทีเดียว

ตอนเด็กๆก็น่ารักอยู่  ทำไมตอนนี้ถึงได้ขี้เหร่นักนะ ร่างแกร่งล้มตัวลงนอนไปกับเตียงขนาดเล็ก  แม้กระทั่งอยู่เพียงแค่ลำพัง  เขาก็ยังคงปากแข็งอยู่แบบนี้ร่ำไป...

อยากหาอะไรแก้เบื่อทำ..แต่ที่ระบายดันไม่อยู่ซะนี่

.
.
.

 แสงสีเหลืองทองสุดท้ายของพระอาทิตย์ยามอัสดง  โผล่อยู่บนเส้นขอบฟ้าก่อนจะถูกความมืดของช่วงเวลาพลบค่ำครอบคลุมในที่สุด  เป็นลางบอกว่าในเวลานี้ เขาควรที่จะกลับไปยังที่ของตนได้แล้ว

ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ  วันว่างของคุณแท้ๆ ยังมาเสียเวลากับคนอย่างผมอีกยูชอนเป็นคนที่รักษาสัญญาอย่างแท้จริง  เขาพาตนไปกินข้าวและเดินเล่นในสถานที่แห่งนี้ ท่ามกลางสายตาของเหล่านักโทษที่มองมาราวกับกำลังสงสัยในความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างตำรวจและนักโทษอย่างเขา  จุนซูกังวลไม่น้อย  แต่ยูชอนกลับบอกให้ตนไม่ต้องไปสน เพราะเราคบกันแบบเพื่อนด้วยความบริสุทธิ์ใจ

 หากยูชอนไม่พาเขาออกมาเปิดหูเปิดตา  เขาคงไม่มีวันได้รู้เลยว่าจะมีสวนต้นไม้นานาพันธุ์ที่คอยให้ความร่มรื่นจนหัวใจรู้สึกสงบลง  และยังมีอีกหลายมุมมองที่เขาเพิ่งสัมผัสจากคนๆนี้  มันมากกว่าความอ่อนโยน  แต่มันคือความจริงใจที่เขาต้องการจากใครสักคนหนึ่ง


ไม่เป็นไรหรอก  ฉันเต็มใจ  กลับห้องได้แล้วนะ  ก่อนที่จะมืดค่ำไปมากกว่านี้

ไม่กลับไปห้องนั้นแล้วล่ะ  ผมจะขอย้ายมานอนที่เรือนจำแทนน่ะครับ  คืนนี้เลย

ตามใจนะ    เดี๋ยวจะพาไปส่งแล้วกัน จู่ๆหัวใจแกร่งกลับรู้สึกโล่งอย่างแปลกประหลาด  เมื่อจุนซูไม่ยอมกลับไปนอนพักที่ห้องของแจจุง
.
.
.



  ในที่สุด ค่ำคืนนี้เขาก็ได้นอนอุดอู้อยู่ภายในเรือนจำท่ามกลางฝูงเดนสังคมนับไม่ถ้วน  จะว่าไปห้องของแจจุงนั้นสบายกว่ามากโข เพราะเกิดมายังไม่เคยนอนที่พื้นแบบนี้เลย จะมีแค่เพียงผ้าปูนอนและหมอนเพียงหนึ่งใบเท่านั้นที่อยู่ข้างกาย 

    ยูชอนได้พาเขามาที่นี่  ใจก็กลัวว่าจะมีใครมารังแกเขาอีก  แต่นับว่าโชคดีที่เหตุการณ์ร้ายๆไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเลย   ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นอากาศธาตุในสายตาของทุกคนไปแล้วสินะ...

ขอบคุณจริงๆ คุณยูชอน  อาจจะเพราะเป็นคุณ  ที่ทำให้ไม่มีใครกล้ารังแกผม...

มี เพื่อนเป็นตำรวจ  มันก็ดีแบบนี้นี่เอง


จ๊ะเอ๋! หนุ่มน้อย  วันนี้ลมอะไรหอบนายมาที่นี่กัน  ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆกลับมีใครบางคนเอ่ยทักขึ้นพร้อมเกยคางที่ไหล่เขา

โอ๊ะ! น..นาย  จุนซูปลายตามองอย่างหวาดหวั่น ปรากฎใบหน้าของหนึ่งในห้านักโทษในวันนั้นเต็มสองตา

  ร่างเล็กรีบลุกขึ้นนั่งด้วยอารามตกใจ  มือน้อยคว้าหมอนขึ้นมากอดไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว  ไม่นานนัก ก็ปรากฏร่างของนักโทษอีกเก้าคนยืนล้อมอยู่รอบที่นอนเขา  ไม่ว่าคืนไหนๆ เขาก็คงไม่รอดพ้นจากอันตรายเลยใช่มั้ย?

โอ๋ๆๆ เด็กน้อย  อย่ากลัวพวกเราเลย  แค่มาทักทายน่ะ  เสียดายนะ  สำหรับวันแรกของเพื่อนใหม่ที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่...แต่วันนี้กลับเป็นวันสุดท้าย   ที่พวกเราจะได้เจอกับนาย  อึนฮยอกเอ่ยด้วยสีหน้าที่ดูหงอยๆ ซึ่งคนที่ฟังก็ดูจะไม่เข้าใจนัก  แต่ก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย  เพราะคนพวกนี้ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเมื่อดูจากสีหน้าของแต่ละคนในการมาครั้งนี้

ไปกับพวกเรามั้ย คืนนี้?” ใบหน้าสวยเข้มของนักโทษคนหนึ่งเอ่ยถามร่างเล็กที่นั่งเสียชิดริมฝาผนัง  ทุกคนที่กำลังยืนอยู่ก็ได้ลดตัวลงนั่งล้อมรอบร่างเล็ก

บทสนทนาแผ่วเบาที่ดังแว่วคล้ายเสียงแมงหวี่จึงเริ่มต้นขึ้น  ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมภายในห้องขัง

ไปไหนหรอ?”

แหกคุกซีวอนกล่าวเนือยๆ  ซึ่งจุนซูที่ได้ฟังก็รู้สึกตกใจไม่น้อย...พูดเหมือนง่าย  แต่ดูสิ  ผู้คุมมากมายในตอนนี้กำลังเดินตรวจตราอยู่นอกห้องขังไม่ยอมหลับใหลไปง่ายๆ   ช่องว่างของซี่กรงขังก็สามารถมองทะลุผ่านเข้ามาส่องดูพฤติกรรมของนักโทษอย่างเราๆได้อย่างสบาย...ไม่ว่าจะขยับกายไปไหนก็อยู่ในสายตาของเหล่าผู้คุมตลอด  

ไม่ขอเสี่ยงด้วยหรอก..

พวกนาย...จะทำจริงๆหรอ  ไม่กลัวเหรอไง  มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ  จุนซูพูดแย้ง  พร้อมล้มตัวลงนอนอย่างเดิม ไม่ขอยุ่งเกี่ยว

สามคำ...จะไปมั้ย?”

ตามสบายเลย...ฉ...ฉันไม่ไปหรอก  ข..ขอบคุณที่ชวนนะ  ร่างเล็กข่มตาให้หลับ  สิ่งที่เขาจะทำต่อไปนี้   คือปิดหู ปิดตา  ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

อืม..ตามใจ  งั้นลาก่อนนะ

อ้อ!..วันนี้ฉันเห็นยัยนั่นมาที่นี่...ได้ข่าวว่ามาเยี่ยมนายหรอซีวอนเอ่ยถามเสียงเย็น  เมื่อนึกได้ว่าจุนซูอาจจะรู้จักคิมอึนยอง   แต่โกหกพวกเขา..ว่าไม่รู้จัก

ก็...เอ่อ...คือ...จุนซูหรี่ตาน้อยๆ เหลือบมองนักโทษทั้งสิบคนด้วยความหวาดหวั่นเขารู้สึกกระอักกระอ่วนจนพูดไม่ออก...

ยัยงูพิษนั่นน่ะ  อย่าได้อยู่ใกล้มันเชียว...เพราะมันจะฉกเราเวลาเผลอ  ง่ายๆ..อย่ารู้จักกับยัยป้านั่นจะดีที่สุด

ถ้าได้รู้จักมันแล้ว..นั่นแหละ  คือสิ่งที่เราพลาด

ไปก่อนนะ...หากนายไม่ไป พวกเราต้องขอโทษด้วยดงเฮคว้าผ้าผืนบางอาบยาสลบขึ้นมาประกบปิดระหว่างปากและจมูกของร่างน้อย ที่กำลังดิ้นพร่านตารีตาเหลือกด้วยความตกใจ  มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ไม่ทันได้ตั้งตัว...ก่อนทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบ  มืดมิดเมื่อเปลือกตาบางค่อยๆปิดลงช้าๆ  มือน้อยที่คอยขัดขืนก็ค่อยๆลดลงวางขนาบข้างลำตัวก่อนที่จะหมดสติไป  ร่างแกร่งของดงเฮค่อยๆจัดระเบียบให้กายบางได้นอนสบายบนผ้าปูดั่งเดิม...ทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


หลับฝันดีนะหนุ่มน้อย...ไปกันเหอะ!”  สิ้นเสียงนั้น ภายในห้องก็เงียบงันเหมือนเดิม    ทิ้งไว้แต่ร่างน้อยที่หลับพริ้มอยู่เพราะฤทธิ์ยาสลบ
.
.
.
.
.
.

ที่โกดังร้าง

    ร่างสูงโปร่งของมาเฟียหนุ่มยืนหันหลังให้กับความหลังที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจกับเรื่องราวในอดีต  สมองประมวลภาพเรื่องราวต่างๆเมื่อวันวาน  เขายังคงหยุดคิดไม่ได้  เมื่อหนี้แค้น  ยังไม่ได้รับการชำระ...

อดีตที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกยังคอยวนเวียนหลอกหลอนเขาจนถึงทุกวันนี้

เด็กน้อยแอบอยู่หลังประตู  ความจริงแล้วเขาจะมาชวนเพื่อนรักออกไปเล่นวิ่งไล่จับกันที่สนามเด็กเล่น   แต่เหมือนเพื่อนของเขาในตอนนี้...กำลังมีปัญหา

ไง...ครบกำหนดแล้วไม่ใช่หรอ...ไหนล่ะ  เงินเขาว่าพลางวาดปลายกระบอกปืนไล้ตามคางของชายวัยกลางคนที่ในตอนนี้ได้นั่งทรุดลงกับพื้นเพราะโดนซ้อมเมื่อครู่  ร่องรอยฟกช้ำตามเนื้อตัวของผู้เป็นพ่อที่เมื่อยามเด็กน้อยเสมองดู  หัวใจน้อยๆที่แข็งแกร่งกำลังอ่อนแอและเจ็บปวด...ทนไม่ได้  แต่ไม่รู้ว่าสองมือสองเท้าของเขาจะช่วยพ่อเขาได้อย่างไร  ก็ได้แต่ยืนมองดู... น้ำตาตกใน

หึ..ล้มละลายแล้วจะมาขอกู้เงิน  แกก็รู้ว่าเงินกู้นอกระบบมันเป็นยังไง  ให้เวลามาก็หลายเดือน ทำไมยังไม่มีมาใช้!”

ที่พ่อกูล้มละลาย..ไม่ใช่เพราะมึงหรอกหรอดวงตากร้าวจ้องมองไปยังร่างสูงของหนุ่มมาเฟียวัยยี่สิบอย่างไม่เกรงกลัว  เขาทนไม่ไหวเลยเผลอตะคอกเสียงออกไป...

ปากดีนักนะ  สงสัยอยากจะตายก่อนพ่อมึงใช่มั้ย  ฮึ!”

ปัง!!!!!!!!!!!...

  เขาทนฟังต่อไปอีกไม่ไหว  เสียงปืนลั่นเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู  แต่สายตาไม่อาจมองภาพตรงหน้าได้อีกต่อไป...น้ำตารินไหลออกจากดวงตาคมที่ปิดกลั้นสนิท ร่างกายเขากำลังสั่นเทาด้วยความกลัวปะปนไปด้วยความแค้นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในหัวใจ  เขาพาร่างตัวเองวิ่งออกไปจากตรงนั้นโดยไว พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับได้

ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษ  ที่ไม่สามารถช่วยนายได้




   ทั้งแค้นตัวเองทั้งแค้นไอ้คนที่มันฆ่าเพื่อนเขา  ที่สู้อุตส่าห์ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้เพียงเพราะต้องการล้างแค้นให้กับเพื่อนสนิท  แต่มันยังไม่ถึงเวลาสักที  เมื่อไหร่ล่ะ...เมื่อไหร่

มันคือซึงฮยอน...คนที่ยุนโฮกำลังหมายหัวไว้

   ส่วนคนที่ไปสบายแล้วอย่างมึงอาจจะปลดความแค้นออกจากหัวใจไปนานแล้ว..แต่สำหรับกู...ไม่มีวัน  จนกว่ามัน  จะตายตามมึงไป...แล้ววันนั้น  ก็คงจะเป็นวันที่กูได้ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว...แจจุง

เอี๊ยดด...

เพราะได้ยินเสียงเปิดประตู  เขาจึงหันหน้ามาทางต้นเสียง ใบหน้าหล่อยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นใครมา...

สวัสดีครับนายท่านซีวอนกล่าวทักทายยุนโฮอย่างเจียมตัว  พร้อมกับทุกคนกำลังก้มหัวให้กับผู้เป็นนายด้วยความนับถือ...

ในที่สุด..พวกนายก็หาโอกาสแหกคุกออกมาได้แล้วสินะ  ยุนโฮพูดพลางเหยียดยิ้มน้อยๆ  ในท่าทีสุขุม เป็นผู้ใหญ่  ทำให้เหล่าลูกน้องทั้งสิบต่างเคารพและนับถือ

คุณชางมินล่ะครับดงเฮเอ่ยถามขึ้น...เมื่อไม่เห็นน้องชายคนสนิทของยุนโฮอยู่ที่นี่


ชางมินน่ะเหรอ..เจ้านั่นบอกจะไปจัดการอะไรบางอย่าง  เอาเป็นว่า..คืนนี้พวกนายนอนอยู่ที่นี่ไปก่อน...สำหรับคืนนี้  ที่นี่ปลอดภัยที่สุด

ครับนายท่าน!”

 

 เป้าหมายของยุนโฮคือซึงฮยอน...ส่วนเป้าหมายของนักโทษแหกคุกทั้งสิบ...คือคิมอึนยอง  นั่นก็กลายเป็นเป้าหมายเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ...เพราะพวกมันก็คือพวกเดียวกัน


- เที่ยงคืน -
    แม้ไม่มีเสียงอะไรมารบกวนในเวลานอน..เสียงเคาะประตูก็ไม่มี  เสียงตะโกนอยู่นอกห้องก็ไม่มี   แต่ทำไมเขาถึงนอนไม่หลับ...

แล้วตัวต้นเหตุไปไหน...ต้นเหตุที่ทำให้เขายังคงลืมตาอยู่แบบนี้...ทั้งที่ไม่ใช่เรื่อง

ป่านนี้คงเรียบร้อยไปแล้วมั้ง...หึ  สมแม้ริมฝีปากจะเหยียดยิ้มและพร่ำบอกสมน้ำหน้าอีกคนที่ป่านนี้ยังไม่มาเสียที..แต่เมื่อเขาได้มโนไปเองว่าในตอนนี้จุนซูอาจจะโดนรุมโทรมไม่ก็โดนทำร้าย  ทั้งที่ไม่ควรจะสน  แต่แปลกที่หัวใจรู้สึกห่วง...ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ยักจะรู้สึก

หรืออาจจะเป็นเพราะ...จุนซู  คือเด็กน้อยในวันนั้น ถึงทำให้ความคิดเขาเปลี่ยนไปจากเดิม  จากที่อยากทำร้ายไปเรื่อยๆ ให้สาแก่ใจ  หากแต่ว่าตอนนี้เขาอยากที่จะหยุด...

ทำไมยังไม่กลับห้องอีกนะก่อนจะต่อประโยคในใจ..ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

ว่าแล้วก็รีบลงจากเตียงเล็กโดยไว..ก่อนจะเปิดประตูแล้วก้าวออกมานอกห้อง

สายตาคมเสมองข้างๆประตูที่ปกติจะมีผู้คุมประมาณสองนายนั่งเฝ้าอยู่  ไม่ได้หลับได้นอน..ทว่าในเวลานี้เพิ่งเที่ยงคืนกว่า  ทำไมถึงพากันหลับใหลได้ง่ายๆ  แต่ดูแล้วเหมือนกำลังสลบอยู่เสียมากกว่า...อาจจะมีใครวางยา...แต่ก็ช่างเถอะ  ไม่ใช่จุดประสงค์ที่เขาจะมาใคร่รู้ในเวลานี้เสียหน่อย
.
.
.
.
.
.
  คล้ายจะฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบ...ดวงตาเรียวเล็กทั้งสองข้างค่อยๆลืมขึ้น มองเพดานที่เลือนรางเพราะยังคงเบลอและมึนงง  ร่างเล็กค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงีย  เสมองดูรอบข้างก็พบนักโทษต่างนอนสลบไสล  ดูเหมือนว่าไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ...ผู้คุมข้างนอกก็ฟุบสลบคาโต๊ะ

และประตูห้องขังก็ยังเปิดอยู่...

เกิดอะไรขึ้น!..

ไปก่อนนะ...หากนายไม่ไป พวกเราต้องขอโทษด้วย”  คำพูดสุดท้ายของนักโทษคนหนึ่งได้ผุดขึ้นมาในหัวสมอง  จนต้องเรียบเรียงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ใหม่...เขากวาดตามองหาเหล่านักโทษทั้งสิบรอบห้องก็ไม่พบเห็น 

หรือว่า...จะแหกคุกไปจริงๆ อย่างที่พูดไว้

  เพราะความอยากรู้ปนสงสัย  ร่างเล็กจึงลุกขึ้นยืน  พร้อมพาร่างของตัวเองก้าวพ้นออกมาจากประตู  เดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งออกมายืนอยู่หน้าเรือนจำในที่สุด


มันเงียบไปหมด...ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้เงียบงันเหลือเกิน  ราวกับเขากำลังอยู่คนเดียวในคุกนี้


ไม่มี...พวกนั้นหายไปไหนกันหมดแล้ว  คงจะแหกคุกไปจริงๆแล้วสินะ  ไม่มีใคร..ไม่มีเพื่อนเลยสักคน..ในตอนนี้เขากำลังอยู่ตัวคนเดียว...จริงสิ  ยังคงเหลือสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่กับเขาตลอด...ว่าแล้วก็จัดการล้วงกระเป๋งกางเกง  แล้วหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา...  

แน่นอนว่ามันก็คือเศษหญ้าเก่าๆแห้งเฉาไม่มีค่าอะไร  จวนจะขาดอยู่แล้วด้วย แถมยังใส่ไม่ได้อีกต่างหาก  เพราะมันไม่พอดีกับข้อมือเขาแล้ว 

รีบกลับมาถักเส้นใหม่ที่พอดีกับข้อมือเขาเสียทีเถอะ...รู้มั้ย  ว่าฉันใส่สร้อยข้อมือเส้นนี้ไม่ได้แล้ว  ขนาดข้อมือในวัยเด็กกับในตอนนี้มันต่างกัน...

  ร่างบางยืนนิ่งงัน พร้อมปลายตามองเศษหญ้าในฝ่ามือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาบางจะค่อยๆปิดลงช้าๆ....  จะเห็นเด็กชายลึกลับในวันนั้นได้ คงจะเป็นเพียงแค่ความฝัน และในห้วงของความคิด  ความมืดมิดที่เมื่อยามหลับตามักจะปรากฏภาพของคนๆนั้นเสมอ 

  โปรดกลับมาเป็นแสงสว่างให้กับฉันเสียที  ท้องฟ้าในโลกของฉันมันมีแต่ความมืดมิด  ไร้ซึ่งแสงสว่างจากจากนายซึ่งเปรียบเหมือนดวงอาทิตย์ของฉัน   แล้วสรรพสิ่งเช่นเขาจะสามารถดำรงชีวิตต่อไปในโลกที่ตัวสร้างขึ้นได้อย่างไร..เมื่อขาดนายไป

โลกที่สมองได้มโนภาพขึ้นไว้กลางอากาศ..มันคงถูกสายลมพัดผ่านจนปลิวไปไกลเสียแล้ว  ดอกไม้อย่างเขาในตอนนี้...กำลังเหมือนเศษหญ้าในฝ่ามือไม่มีผิด

แห้งเฉา...และห่อเหี่ยว..

หากฉันได้ลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นนายยืนอยู่ตรงหน้าฉันก็คงจะดี

และแน่นอนว่าในตอนนี้เขาได้ลืมตาขึ้นมา...ภาพของนายที่ฉันเห็นเมื่อยามหลับตามันก็จางหายไป....

แล้วทำไมทุกครั้งที่ลืมตา   น้ำตามันต้องไหล...ไม่เข้าใจเลยจริงๆ...

จุนซูค่อยๆ  หันหลังเพื่อที่จะเดินกลับเข้าไปในเรือนจำ  ร่างน้อยสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ  เมื่อเห็นใครอีกคนเดินเข้ามาจนใกล้เขาในที่สุด

คนที่อยากพบ...กลับไม่เจอ..คนที่ไม่อยากเจอ...กลับต้องมาเผชิญกันซึ่งๆหน้าแบบนี้



ทำไมยังไม่กลับห้อง” 

ไม่เกี่ยวกับนาย...ฉันเบื่อ..ที่จะต้องไปทนอยู่ให้นายทำร้ายร่างกายและจิตใจ  ขืนฝืนทนอยู่ที่ห้องนั้นกับนายเพียงแค่สองคน  รังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวดทรมานเสียเปล่าๆ  เหตุผลแค่นี้ นายยังไม่รู้อีกเหรอ คิมแจจุง

ทีแบบนี้ไม่กลัว...นายควรจะกลับห้องได้แล้ว  มือใหญ่คว้ามือเล็กเข้ามากอบกุมพร้อมออกแรงดึงเพียงนิด  ร่างน้อยก็เซไปข้างหน้าตามแรงที่เยอะกว่า 

เมื่อจุนซูรั้งไม่ยอมให้แจจุงบังคับตนเช่นนี้   เมื่อเห็นว่าร่างข้างหลังไม่ยอมขยับตามแรงดึง  ร่างแกร่งจึงต้องออกแรงกระชาก  แม้ใจจะไม่อยากทำเลยก็ตาม...แต่เขาก็ไม่ชอบให้ใครมาดื้อใส่แบบนี้

สักครั้งหนึ่ง...เคยอ่อนโยนกับเขาบ้างมั้ย   ทำไมถึงต้องคอยกระทำรุนแรงแบบนี้ได้อยู่เรื่อย..ไม่เบื่อบ้างหรือไง  รู้มั้ย? ว่าเขานั้นเบื่อแสนเบื่อ ขีดจำกัดของมนุษย์มันมีที่สิ้นสุด  หากแต่เขานั้นเกินขีดสุดแล้ว...ไม่ทนอีกต่อไป

ฉันจะอยู่ที่เรือนจำ...เพราะฉะนั้นนายควรปล่อยฉันได้แล้ว  ขอร้องเถอะแจจุง  ฉันเหนื่อยแล้ว...หยุดทำร้ายกันเสียที

แค่จะให้ไปนอน..เลิกพูดมากสักทีได้มั้ย  รำคาณ

ให้ไปนอนหรอ..หึ จะให้ฉันไปทนรองรับอารมณ์ป่าเถื่อนของนายทั้งวันทั้งคืน  ฉันเป็นคน  ไม่ใช่ตุ๊กตายาง  พูดแบบนี้แล้วนายเข้าใจมั้ย  ว่าฉันเบื่อ   ฉันเหนื่อยกับคนอย่างนาย!

แล้วถ้ารำคาณก็ไม่ต้องมายุ่ง! ฮึ่กกปล่อย!” จุนซูระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างอดกลั้น น้ำเสียงแหบหวานลั่นออกมาด้วยหัวใจที่รู้สึกอัดอั้นทนเก็บมานาน  น้ำตาที่อุตส่าห์สะกดกั้นมาเสียนาน   บัดนี้มันไหลอาบนวลแก้มอย่างห้ามไม่อยู่  แจจุงเห็นดังนั้น ก็ได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองไปยังดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกด้วยความรู้สึกสับสน  น้ำตาของคิมจุนซูในตอนนี้ส่งผลให้หัวใจเขาอ่อนไหวเหมือนครั้งนั้นไม่มีผิด  เพียงแต่เขาเพิ่งรู้สึก

ที่สำคัญ...เขาก็ไม่เข้าใจว่าจะพาตัวเองให้ออกมาตามหาคนๆนี้ทำไมกัน

ทำมาบอกว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่  หรือนัดชู้ไว้กันแน่  หึ...  แผนสูงนะ ปากมันไวก่อนหัวใจจะสั่งการเสียอีก...ก็นั่นแหละ  พูดดีไป  ก็ไม่เห็นจะเชื่อกันเลยสักนิด  ว่าเขาตั้งใจที่จะตามเจ้าตัวไปนอนก็แค่นั้น...ไม่ได้อยากทำร้ายเลย

ถ้าใช่แล้วจะทำไม  ฉันเบื่อที่จะทนอุดอู้อยู่แต่ในห้องนั้น...กับนาย!”

แจจุงกระชากคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ด้วยโทสะที่ล้นเหลือ  จนปลายจมูกโด่งเป็นสันชนเข้ากับแก้มนวลอย่างแรง  พร้อมริมฝีปากร้ายตรงเข้าบดขยี้เรียวปากอิ่มแรงๆแล้วถอนออกมา สบมองอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งเฉย  แต่หัวใจของอีกฝ่ายกลับไม่นิ่งเฉยเสียแล้ว

ชีพจรการเต้นของหัวใจเริ่มทำงานไม่เป็นปกติ เขารู้สึกเกลียดตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็น 
กับการกระทำเช่นนี้ที่เขาเกลียดนัก เกลียดหนา...เหตุใด  หัวใจกลับเลี่ยงที่จะปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว...ว่ากำลังหวั่นไหว

อย่าทำเป็นก้ำกึ่งแบบนี้  อย่าทำเหมือนกับว่า...กำลังเป็นห่วงเขา  ถึงได้ออกมาตามหา...อย่าเลย...อย่าทำเหมือนว่ากำลังตบหัวแล้วลูบหลัง   อย่าทำเหมือนกับเขาเป็นเพียงสิ่งของเหลือใช้..และไร้ค่า  ที่จะหยิบขึ้นมาย่ำยี เมื่อไหร่ก็ได้   และได้โปรด  อย่าทำให้หัวใจเขา...สับสนไปมากกว่านี้เลย

ฉันเกลียดนาย...คำๆนี้คงพูดได้เพียงในใจ เพื่อเรียกคืนสติให้เขาได้อยู่กับความรู้สึกที่แท้จริง...รู้สึกเกลียด...จนอยากขากเสลดแล้วถ่มใส่หน้า....

โกหกล้วนๆ...โกหกตัวเอง...

คำโกหกที่คอยป้อนใส่สมอง...แต่หัวใจกลับแน่นิ่ง  ไม่ยอมสั่งการ


อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ไม่บอก  ข้างนอกก็ได้นะ  แต่อย่าครางเสียงดังแล้วกัน


ถ้านายทนฉันไม่ไหว....แล้วฉันจะให้นายทนต่อไป 


จะมีปัญหาอะไรมั้ย  คิมจุนซู...



*โดนแน่ๆ  คิมจุนซู หึหึ* เสียงในใจของไรท์เตอร์


  

6 ความคิดเห็น:

  1. อั๊ยยะ รอตอนต่อไปอยู่นะ นึกขี้นได้ว่าอ่านตอนนี้ในเด็กดีมาแล้ว
    ก็ว่าทไมตอนอ่าน มันคุ้นๆ 5555

    ตอบลบ
  2. อันยอง....^-^
    ตามเข้ามาหาที่รัก..รื้อฟื้นความหลังคร้้งเก่าก่อน...
    เอาละเว๊ย..เฮียจำเจ้าตัวเล็กได้แล้ว...แต่..
    เจ้าตัวเล็กกลับจำไม่ได้..
    เฮียแจ..ทั้งห่วงและหวงล่ะซิ...
    ไงก็เบาๆหน่อยนะ..นอกสถานที่อุปกรณ์มันไม่พร้อมน่ะ
    แต่ก็แอบลุ้น..ว่ามะไหร่เฮียถึงจะยอมบอก...

    ตอบลบ
  3. ฮ่าๆ เเอบฮาเเจจัง ปากไม่ตรงกับใจเสียจริงๆ เล้ย พ่อคนนี้
    ที่เเท้ก็เเอบห่วงน้องละน้า ฮ่าๆ น่ารักจริง ><
    คุณตำรวจปาร์คยูชอน อ๊ายๆ หลงรักผู้ชายคนนี้ คนดี๊ คนดี
    เเต่ตอนนี้อยากจิทึ้งคุณเเม่เลี้ยงจังเลยนะ ชีน่าหมั่นไส้มากก
    เเล้วซีวอน...ดูเหมือนจะเเค้นพี่เเจมากเลยนะ...?
    สุดท้าย...เอ่อ พี่เเจคะ ถ้าจะทำอะไรน้องตรงนี้มันคงไม่เหมาะสมม๊าง
    ไปในห้องเถ๊อ สบายกว่ากันเยอะ ฮ่า

    ตอบลบ
  4. อัยย๊ะ
    คิมแจจุงเป็นห่วงน้องอ่ะ
    แต่ปากนี่ก็ยังร้ายเหมือนเดิมเลยนะ=3=

    ตอบลบ
  5. เงิบบ..อีตอนท้ายคืออะไรฮะไรเตอร์ = = (โดนแน่ๆคิมจุนซู- -)

    เอาเถอะๆ! ขอแค่พี่แจ(เรียกว่าพี่ครั้งแรกในเรื่อง= =)รู้เรื่องราวแล้วก็โอเคละ

    จากนั้นจะทำอะไรก็...เอ่อ..เพราๆหน่อยนะ =___________=(ไม่ได้ห่วงจุนซูเลยใช่มั้ยY_Y)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. *เพลาๆ = = #วิ่งเข้ามาแก้คำผิด

      ลบ