วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Wanted [chapter 5]



 Wanted [chapter 5]

หากใช้สายตามองลอดผ่านถึงหัวใจของมนุษย์ได้คงจะดี  คิดไว้เนื้อเชื่อใจใครง่ายๆ...ทั้งที่เราไม่สามารถรับรู้ถึงแก่นแท้ของคนๆนั้น....คงจะต้องพบกับความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นเขา...แบบนี้

  มันช่างน่าอับอายเกินจะทนไหว  ความเจ็บปวดทรมานแร่นริ้วไปทั่วกายเกินหัวใจจะต้านทาน  ความอ่อนแอ ประดังสู่กลางใจ ปล่อยให้ความเจ็บปวดรวดร้าวกัดเซาะกลืนกินหัวใจดวงน้อยๆจนแหลกลาญไม่มีชิ้นดี   แสงสว่างจากภายนอก...ถูกผนังห้องบดบังจนหมดสิ้น  มีเพียงแสงสว่างจากแสงไฟภายในห้อง...ที่ตัวเขารู้สึกคล้ายว่ามันจะริบหรี่ลงไปทุกที...สว่างไสวสักแค่ไหน...เหตุใดเขากลับรู้สึกมืดมิด...

 หัวใจเขาคงมืดบอดไปเสียแล้ว...



เช้าวันใหม่ของอีกวัน...

  ร่างน้อยนอนขดกายพลางกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บ  หันหลังให้อีกฝ่าย  หลับตาร้องไห้ด้วยความสงสารตัวเอง  จิตใจของมนุษย์ผู้นี้ทำด้วยหินหรืออย่างไร  ในสายตาคู่นั้นเคยนึกเวทนากันบ้างมั้ย   คิดไว้ว่าความเจ็บปวดทรมานนี้ มันได้สิ้นสุดลงแล้ว..แต่เปล่าเลย...เขารู้สึกทรมานทุกครั้ง เมื่อยามขยับกายหรือบิดตัวเพียงเล็กน้อย  มันส่งผลต่อส่วนเบื้องล่างโดยตรง...จึงทำได้แค่นอนนิ่งๆ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน...

ยังจะมียางอายอยู่อีกหรอ...อยากจะจัดการกับตัวเองให้เสร็จก็ทำไปสิ...   แจจุงจัดการสวมใส่เสื้อผ้าของตนเองอย่างใจเย็น...พลางคว้าบุหรี่ที่จุดไว้ก่อนหน้านั้นขึ้นมาสูบ  ควันสีเทาลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง...  เขาเกลียดกลิ่นบุหรี่..คนๆนี้เขาก็เกลียด...

เขาต้องอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเกลียดไปอีกนานแค่ไหนกัน...

หรืออยากจะให้ฉันช่วย..งั้นก็ลองอ้อนวอนดูสิ...เผื่อฉันจะใจดี..หึ..  ร่างแกร่งล้มตัวลงนอนข้างๆร่างที่นอนขดกายเหมือนคันศรธนู   มือใหญ่สัมผัสแผ่นหลังบางนวลเนียนล่อตา  พลางใช้ปลายนิ้วลากไล้ลงมาเรื่อยๆจนถึงบั้นท้ายของคนตรงหน้าที่นอนหันหลังให้  ใช่ว่าหลงใหล...แค่จงใจจะแกล้งอีกฝ่ายต่างหาก

  มือซุกซนไม่หยุดเพียงแค่นั้น  หากตนคิดจะแกล้งเพื่อความสะใจ...ก็ควรทำให้ถึงที่สุด  มือใหญ่บีบสะโพกมนพร้อมรั้งเอวบางเข้าหาตัว  ก่อนที่มือสากจะรุกรานเข้ามาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงจุดไวสัมผัสของคนตัวเล็กที่นอนสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว  ทำอย่างไรดี..คนใจร้ายจงใจจะรังแกเขาอีกแล้ว..

ฮึ่ก..เอามือของนายออกไปนะ! ฮืออ... ไม่พูดเปล่า..มือเล็กปัดมือใหญ่ที่กำลังจะตรงเข้าจับส่วนน่าอายของเขาให้ออกไป..แม้ในตอนนี้เขาจะทรมานสักแค่ไหนก็ตาม  แต่คงไม่ยอมให้คนใจร้ายรังแกเขาอีก

หึ...ก็ตามใจแล้วกัน  แจจุงยันกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ทำท่าจะลงจากเตียง  ทว่ากลับได้ยินเสียงของคนอวดเก่งที่พูดอะไรบางอย่างออกมา...น้ำเสียงเน้นย้ำจนน่าโมโห

เลว..  ได้ยินแค่นั้นก็ดึงร่างบอบบางให้ลุกขึ้นนั่ง...อยากจะฟังคำพูดเมื่อครู่อีกครั้ง ถ้าได้ยินไม่ผิด อยากจะสั่งสอนซะให้เข็ด...แต่เมื่อเห็นใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม ทิ้งรอยคราบน้ำตามากมายเปรอะเปื้อนแก้มใส พร้อมลมหายใจสม่ำเสมอ  บ่งบอกว่าคนตัวเล็กได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว...

เพลียขนาดนั้นเลยหรอ...ที่พูดออกมาก็คงละเมอใช่มั้ย?”

อย่าทำเป็นอ่อนแอไปหน่อยเลย...ครั้งหน้านายได้เพลียกว่านี้อีกแน่...เตรียมตัวไว้แล้วกัน..  น้ำเสียงราบเรียบ..แต่แววตาอัมหิตเสียจนน่าขนลุก...หากจุนซูตื่นขึ้นมาแล้วรับรู้ถึงสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...คนตัวเล็กคงหวาดกลัวอีกเป็นแน่

แจจุงพูดทิ้งท้ายไว้...ก่อนจะลงมาจากเตียงพร้อมเดินไปยืนอยู่หน้าประตู   เพราะในช่วงเช้า   เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ได้ล็อกกุญแจไว้  มือใหญ่จึงผลักประตูที่ไม่ได้ล็อกให้เปิดออกไป  โดยไม่สนร่างที่นอนบอบช้ำอยู่บนเตียงว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง...

เมื่อก้าวออกพ้นประตูมาแล้ว  ร่างแกร่งไม่ลืมที่จะปิดประตูด้วยกลัวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยเฝ้าอยู่หน้าห้องจะเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง...เดี๋ยวจะตกใจเสียก่อน...ไม่แน่อาจจะยัดข้อหาทำร้ายร่างกายให้เขาอีกก็ได้...

สวัสดี..คิม แจ จุง เดินออกมาเพียงไม่กี่ก้าว...ก็พบกับตำรวจหนุ่มหน้าหล่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา...พร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร..หากแต่ว่าตนไม่คิดจะสนิทด้วยหรอกนะ...

ฉันไม่ต้องการคำทักทายจากนาย...หลบ ยังคงยืนนิ่ง..ไม่ยอมหลบเขา...แจจุงจึงเดินไปข้างหน้า ทางมีให้เดินตั้งเยอะแยะ..แต่เขากลับเลือกที่จะเดินชนไหล่กว้างเพื่อให้หลบออกไป...แต่ถูกตำรวจหนุ่มพูดดักไว้...

ทำไมนาย...ถึงให้ฉันจับตัวมาง่ายๆ...ร่างแกร่งหยุดชะงัก...เมื่อตำรวจหนุ่มเอ่ยถามเขาแบบนั้น...

ทำไม...จะให้ฉันยกย่องว่านายเก่ง...ที่จับตัวฉันมาได้งั้นสิ  ใบหน้าหล่อเหยียดยิ้มที่มุมปาก...หากคิดทะนงตนว่าตัวเองเก่งพอที่จับตัวเขาให้มาอยู่ในคุกนี้ได้...คิดผิดแล้วล่ะ...

ไม่ใช่ว่านาย...มาเป็นเหยื่อล่อให้ซึงฮยอนรอดพ้นจากตำรวจหรอกนะ... แจจุงเริ่มรู้สึกไม่พอใจ ที่เจ้าหน้าที่นายนี้จับผิดเขาได้...แล้วไงล่ะ...ตำแหน่งก็เล็ก ไม่ได้ใหญ่โตอะไร...แถมตำรวจใหญ่หลายคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวกเดียวกับคิมอึนยองคนสนิทของเจ้านายตนทั้งนั้น....มีปัญญาก็เอาเลย...

จับฉันมาได้...ตำแหน่งก็เลื่อนขึ้นแล้วนี่...ยังจะหวังสูงอีกหรอ...เจ้าหน้าที่ ปาร์ค ยูชอน

อ้อ! มาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้  คงไม่ได้หาหาฉันหรอก..ใช่มั้ย?” เพราะคงไม่มีเหตุผลอะไรที่ยูชอนจะมาหาเขา...  ถ้ามาหา  คงไม่ได้มาเพื่อเยี่ยม...แต่มาเพื่อเยอะเย้ยกันเสียมากกว่า...

ฉันรู้มาว่า...คิมจุนซูมาอยู่ที่ห้องนาย...หวังว่าคง...ไม่ได้ทำร้ายนักโทษคนนั้นหรอกใช่มั้ย?” ทำร้ายในความหมายของเขา...ไม่ได้แปลว่าทำร้ายร่างกาย...เขาไม่อยากให้เป็นแบบที่คิดไว้...จุนซูใช่ว่าจะหน้าตาไม่ดีซะเมื่อไหร่   ตรงกันข้าม  ดูงดงามทั้งภายนอกและหากมองดูลึกๆ ภายในคงงดงามไม่ต่างจากหน้าตา...มีหรือ..คิมแจจุงจะไม่เอาไปเป็นของเล่นเพียงชั่วข้ามคืน

อยากรู้...ก็เข้าไปดูเองแล้วกัน...อ้อ! อย่าลืมให้คนเอาผ้าปูที่นอนไปเปลี่ยนด้วยล่ะ...ฉันไม่อยากนอนคลุกอยู่กับเตียงที่เปรอะเลือด..หึๆ แจจุงถ่มน้ำลายลงที่พื้นเพราะรสขมจากบุหรี่ที่ตนสูบเข้าไป...พร้อมทั้งเดินไปข้างหน้าไม่ได้สนคนข้างหลังที่ยืนอึ้งกับคำพูดเมื่อครู่...

เลือด...หวังว่าแจจุงคงไม่ฆ่าจุนซูตายหรอกนะ..

  ร่างแกร่งพาตัวเองเดินไปยืนอยู่หน้าห้องของแจจุง ผู้คุมที่อยู่นอกห้องรวมถึงยูชอนต่างทำความรพต่อกันเพื่อเป็นการให้เกียรติ...ก่อนที่ร่างแกร่งจะเปิดประตูเข้าไปแล้วก้าวเข้ามาภายในห้อง  โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดั่งเดิม...

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคมช่างน่าสลดใจยิ่งนัก...ยูชอนนึกสงสารร่างเล็กที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงด้วยสภาพเปลือยเปล่า... เผยให้เห็นเนื้อนวลเนียนที่มีร่องรอยการถูกกระทำแสนบอบช้ำ...แถมตามเตียงยังมีลิ่มเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด  แม้ไม่ได้ฆ่าให้ตาย  แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าจุนซูคงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

แจจุง...นายทำเกินไปหรือเปล่า...

เขาไม่อาจรู้ว่าตัวเองได้เดินเข้ามานั่งอยู่ปลายเตียงตั้งแต่ตอนไหน...สายตากวาดมองรอบห้องเพื่อมองหาเสื้อผ้าที่ทิ้งกระจัดกระจายพร้อมทั้งหยิบขึ้นมา....ก่อนจะตัดสินใจสวมใส่เสื้อและกางเกงให้ร่างบางอย่างเบามือ...เพื่อไม่ให้เจ้าตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมาเสียก่อน 

อ๊ะ!..ฮึ่กก มือใหญ่ครั้นสวมใส่กางเกงให้ร่างบอบช้ำ บังเอิญมือเฉียดไปโดนเข้ายังส่วนอ่อนไหวที่ไม่ได้รับการปลดปล่อย...ทันทีที่โดนสัมผัสเพียงแผ่วเบา...ร่างเล็กก็ครางต่ำในลำคอ....ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความทรมาน...

ยูชอนชักมือหนี...ในใจกำลังนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้   เขารับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น...แจจุงกำลังทรมานจุนซูอยู่...

ขอโทษนะจุนซู...ฉันจะทำให้นายหายทรมานเอง...  เขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองจะกระทำต่อไปนี้ มันผิดต่อจุนซมาก...แต่เขาแค่อยาก...จะช่วยจริงๆก็แค่นั้น...แม้ลึกๆในใจจะแอบคิดอกุศลต่อร่างที่นอนไม่รู้ประสีประสา เขาเป็นผู้ชาย...ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรือนกายของคนตรงหน้าช่างเย้ายวนจนเผลอคิดไปไกล...เขาต้องข่มใจเพื่อระงับอารมณ์ดิบไว้...เพราะไม่อยากทำร้ายจุนซูไปอีกคน

สิ่งที่รอการปลดปล่อย...ไม่ช้าก็หลุดพ้นจากความทรมาน  อิสระที่ไขว่คว้า...บัดนี้คนตัวเล็กได้โบยบินสมใจ...ด้วยมือใหญ่ที่ชักนำให้ร่างในอ้อมกอดได้ทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์...

ว่าแล้วก็จัดการสวมใส่กางเกงให้ร่างบางที่ยังคั่งค้างไว้ให้เรียบร้อย...พลางจับกายบางให้นอนลงไปกับเตียงดั่งเดิม...

จนเวลาผ่านมาครึ่งค่อนวัน...ร่างบางก็เริ่มรู้สึกตัว ดวงตาเรียวเล็กปรือปรอย  ก่อนเปลือกตาบางจะค่อยๆเปิดออกเพื่อตื่นขึ้นมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงอีกครั้ง...โลกที่แสนโหดร้ายกับเขา...

สายตาเรียวเล็กเหลือบมองร่างที่นั่งข้างๆกายก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว..

คุณเข้ามาได้ยังไง..โอ๊ยย!” จุนซุผลุนผลันลุกขึ้นนั่ง ทำให้รู้สึกเจ็บยังส่วนเบื้องหลัง จึงร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บ แต่มีบางสิ่งที่เขาสัมผัสได้ว่ามันเปลี่ยนแปลงไป  คือความหนักอึ้งที่ร่างน้อยเคยแบกรับ...บัดนี้กลับเบาสบาย...ทั้งยังรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาดใจ

ร่างเล็กกระเถิบกายถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัวจนแผ่นหลังบางชิดขอบเตียง วงแขนเล็กโอบกอดตัวเอง เพราะไม่อยากให้เจ้าหน้าที่นายนี้ได้เห็นเขาในสภาพที่น่าสมเพช   แต่ก็ต้องแปลกใจ...เมื่อในตอนนี้มันไม่ได้หนาวเหน็บเหมือนคราแรก  แต่กลับอบอุ่น   รู้สึกคล้ายว่ามีอะไรมาห่อคลุมร่างกายเขา...ใบหน้าหวานก้มลงมองสำรวจตัวเอง..ก็พบว่า....เขาได้สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว...

ไม่ต้องกลัวฉันนะ..จุนซู  ฉันไม่ได้มาทำร้ายนาย..   ยูชอนพยายามพูดให้จุนซูไว้ใจ  เขามาดี  ไม่ได้มาร้าย....

    จุนซูลอบมองคนตรงหน้าซึ่งดูลักษณะคล้ายคนใจดี...นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกที่สายตาเขามองเห็น...แล้วภายในจิตใจล่ะ...เชื่อถือได้หรือเปล่า....เขาไม่คิดไว้ใจใครอีกแล้ว...

หากเขาจำไม่ผิด  คนๆนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ..ที่พาเขามาอยู่ที่คุกรวมนี่นา...

คงไม่มีทางทำร้ายนักโทษหรอก...เขาคิดแบบนั้น...


คุณเป็นคน...ใส่เสื้อผ้าให้ผมอย่างงั้นหรอ?” เพราะเขาคงไม่ละเมอลุกขึ้นมาสวมใส่เองหรอก...และหากคิดว่าเป็นคนใจร้ายทำ...นั่นยิ่งไม่ใช่ใหญ่...ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ...ที่ทำกับเขาเช่นนี้...ยังดีที่ตื่นขึ้นมาไม่เจอ..แค่นี้ก็เหม็นขี้หน้าเกินทน...ถ้าไม่ได้เจอกันเลยตลอดชีวิตคงจะดีกว่านี้...แต่คงเป็นไปไม่ได้...เพราะเขาได้เลือกไปแล้ว  ว่าจะอยู่ที่นี่...

อืม..ขอโทษนะ.. ขอโทษที่ล่วงเกินเมื่อครู่...หากนายรู้  คงโกรธ เกลียดฉันเป็นแน่..

ขอโทษทำไมกัน..ผมต่างหากล่ะ..ที่ต้องขอบคุณคุณ...แต่ว่า..เอ่อ..จุนซูเหลือบมองบนเตียงที่มีเลือดของเขาเปรอะเปรื้อน  ครั้นจะหาผ้าห่มมาปกปิด ก็คงไม่ทันเสียแล้ว...

ใบหน้าหวานซุกลงแนบหัวเข่า พร้อมปลดปล่อยหยาดน้ำตาออกมา สะอื้นไห้ไม่อายใครอีกต่อไป...เมื่อหัวใจของเขากำลังอ่อนล้า..กายที่เหนื่อยอ่อน ยิ่งร้อง..ก็ยิ่งเหนื่อย...ทั้งยังเริ่มหายใจไม่สะดวก...ดั่งมีอะไรมาบีบรัดที่ปอดเขาแน่นหนา...

เมื่อเห็นท่าไม่ดี  ยูชอนจึงยื่นบางสิ่งบางอย่างที่ร่างบางกำลังต้องการ...มือเล็กรับมันไว้อย่างรีบร้อน...สิ่งนี้คือยาพ่นรักษาหอบหืด

จุนซูอมปากกระบอกไว้ระหว่างฟัน  หายใจเข้าทางปากพร้อมกดยาเพื่อพ่นลงไปในลำคอ กลั้นหายใจไว้สักพักประมาณสิบวินาทีก่อนจะนำกระบอกยาออกจากปากแล้วค่อยๆหายใจออกช้าๆ...เขารอดตายแล้ว..

คุณรู้ได้ยังไง...ว่าผมเป็นโรคหอบ...แต่ยังไงผมต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ

แม่เลี้ยงของนายฝากมาให้น่ะ...อย่างน้อย...ท่านก็ยังมีความเมตตากับเขาไม่เสื่อมคลาย...เขารู้สึกตื้นตันใจนัก..

แต่จุนซูจะรู้อะไร...เหตุที่แม่เลี้ยงตนทำเช่นนี้เพียงแค่อยากได้หน้า..ตนเองจะได้เป็นคนดีในสายตาคนอื่น...หวังดี แต่ประสงค์ร้าย...คนเลวๆเท่านั้นที่ทำได้..

นายรู้หรือเปล่า...ว่านอนอยู่ห้องใคร..  เขารู้...เขาจำชื่อคนป่าเถื่อนได้เป็นอย่างดี...แค่ไม่อยากจะจดจำ...มันรกสมอง

ฉันเคยบอกนายไปแล้ว..ว่านักโทษที่ชื่อ คิมแจจุงเป็นนักฆ่า ไม่มีใครอยากจะอยู่ใกล้...แล้วนายดันทุรังมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง...  ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจ...เขาลืมไปเสียสนิท...เมื่อครั้นที่คนใจร้ายตะโกนบอกชื่อตนเองให้เขารับรู้....ทว่าความเจ็บปวดรวดร้าวมันทำให้เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรทั้งนั้น....คนๆนี้...น่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ....เขาควรทำอย่างไรดี...

นายอยู่ที่เรือนจำ..ยังจะปลอดภัยกว่าที่นี่อีกนะจุนซู...

ไม่เป็นไรหรอกครับ...ที่นี่หรือเรือนจำ...ก็คงเลวร้ายไม่ต่างกัน  แล้วอีกอย่าง..คุณเป็นตำรวจ  ...คุณไม่ควรมาเกลือกกลั้วกับนักโทษอย่างผม...   

ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นนักโทษนะจุนซู...หากนายเลือกที่อยู่ที่นี่แล้วฉันก็ไม่ว่าอะไร...และถ้านายต้องการเพื่อนคุย...ฉันเป็นเพื่อนกับนายได้นะ...ฉันไม่ถือหรอกแววตาอบอุ่น...ส่งผ่านให้คนตัวเล็กรู้สึกอุ่นใจ...มันช่างต่างจากแววตาโหดร้ายจากคนๆนั้นโดยสิ้นเชิง...

ขอบคุณนะครับ...ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า  คุณออกไปข้างนอกก่อนเถอะ  หากตำรวจคนอื่นๆมาเห็นเข้า  คุณจะดูไม่ดีนะครับ...จุนซูว่าพลางจะลงจากเตียง  ทว่าเพราะความรีบบวกกับยังรู้สึกเจ็บแปลบยังส่วนเบื้องหลังเลยเสียหลักล้มลงไป ยังดีที่ร่างแกร่งรับไว้ทัน  ทำให้ร่างเล็กนั่งอยู่บนตัก  มือบางจับไหล่กว้างไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะล้มลงไป  มือใหญ่ก็รั้งเอวบางไว้ ทั้งยังใบหน้าของคนทั้งคู่ที่ห่างกันเพียงอากาศกลั้น...ลมหายใจเป่ารดรินซึ่งกันและกัน...หัวใจแกร่งเต้นรัวเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็น...ต่างจากจุนซูที่ยังคงรู้สึกหวาดกลัวกลับเหตุการณ์เมื่อคืน  เลยได้แต่ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า

และมันก็ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน...ที่ใครบางคนจะเปิดประตูเข้ามาเห็นฉากอะไรบางอย่างเข้า...

  ในสายตาคมดูว่างเปล่า ไม่รู้สึกอะไร..แต่ในใจก็มโนไปเองเสียแล้ว...ว่าตำรวจ  กับนักโทษ...กำลังระเริงรักวาบหวามภายใต้สถานที่ ที่เรียกว่า คุก 

หึ...ช่างน่าขำเสียจริงๆ


อดอยากปากแห้ง...ถึงขนาดมาล่อ คนของฉันเลยหรอ?”

หรือว่านาย..จุนซู...จู่ๆนึกอยากมี ผัวเป็นตำรวจ...จะได้พ้นข้อหางั้นสิ


1 ความคิดเห็น:

  1. ยูชอนช่างเป็นคนดีจริงๆ ผิดกับ...คิมแจจุง = =

    ใจร้ายยยย!!!!

    ตอบลบ