เคยสัมผัสกลิ่นอายจาก…ขุมนรกหรือไม่
หากได้ลองเข้าไป.....คงไม่มีใครคนไหน....ที่จะกล้าเข้าไปสัมผัสกับมันอีก
หากกำลังคิดหาหนทางที่จะหลุดพ้น...จากการจองจำนิรันดร์
คิดหรือ....ว่าจะทุรนทุรายกระเสือกกระสนออกมาได้ด้วยหัวใจที่สงบสุข
คิดหรือ...ว่ามัจจุราช..จะไม่ตามตัวผู้ที่แหกขุมนรกออกมา...
เท้าทั้งสองข้างที่กำลังอ่อนแรงเดินตามบุคคลที่อยู่ในชุดเครื่องแบบซึ่งดูลักษณะคล้ายคนใจดี แต่มันช่างน่ากลัวสำหรับตนในตอนนี้ซะเหลือเกิน
นั่นก็เป็นเพราะว่า บุรุษใจดีเหล่านี้ คือ..บุคคลที่เรียกว่า...ตำรวจ
เนื้อตัวบางสั่นระริกด้วยความกลัวบุคคลรอบข้างที่เดินควบคุมตนอย่างชิดใกล้ ทั้งยังหยดน้ำตามากมายที่ไหลมาตลอดทางจนแทบจะหมดสิ้นลมหายใจ ไฉนคนข้างกายถึงไม่สนใจใยดีกันสักนิด ครั้นจะหมดเรี่ยวแรงที่จะฝืนเดินต่อไป กลับถูกแรงดึงกระชากจากคนข้างเคียงให้ฝืนลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจ
“ฮึ่ก..คุณครับ..บอกพวกเขาไปสิ! ว่าผมไม่ได้ฆ่าคีย์ ผมไม่ได้ฆ่าเค้า! ฮือ...พวกคุณ! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ! ฮึ่ก!.. ผม...ฮืออ..ผมไม่ผิด!”
ริมฝีปากบางพยายามที่จะเอ่ยคำร้องขอโดยการตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งวิงวอนร้องขอใครบางคน แต่ทว่า...
“ปล่อย..อย่างนั้นหรอ! จะให้ชั้นปล่อยคนผิดให้ลอยนวล..อย่างนั้นหรอ!หลักฐานแน่นหนาซะขนาดนี้ เป็นนายนั่นแหละ ที่เป็นคนทำ คิมจุนซู! นายฆ่าลูกชายของชั้น!” กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากหญิงสาววัยกลางคนซึ่งตกเป็นจำเลย
ผมเป็นคนทำ! ผมฆ่าคนตาย!..อย่างนั้นหรือ?
นี่เป็นคำพิพากษาชะตาชีวิตของผม...อย่างนั้นหรือ?
ทั้งๆที่...ผมไม่ได้เป็นคนทำ ผมไม่ผิด ไฉน..จึงชี้โทษมาที่ตัวผมเช่นนี้
ปัง!
เสียงปิดประตูดังขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผลักร่างบอบบางเข้ามาด้านในรวมทั้งจัดการล็อกกุญแจนอกกรงขังแน่นหนา ร่างเล็กที่ถูกผลักเข้ามายังอีกโลกหนึ่งที่ดูยังไง มนุษย์ที่กระทำแต่ความดี คงไม่มีวันที่จะเข้ามาสัมผัสยังที่แห่งนี้ได้
เพียงแค่เข้ามาวันแรก ผมก็แทบอยากจะแหกออกจากห้องคุมขังนี้ ซึ่งมัน... ไม่มีทางเป็นไปได้ ต่อให้คิดแทบตายสักแค่ไหน เรี่ยวแรงอันน้อยนิดนี้ จะมีปัญญาอะไร ที่จะสามารถหนีรอดออกไป
เพียงแค่คิด...ก็โง่เง่าสิ้นดี
ขณะที่ตนกำลังคิดอะไรอยู่นั้น กลับมีเสียงบางคนจากข้างนอก ทำให้ตนหลุดออกจากภวังค์
“นักโทษคิมจุนซู”
ใบหน้าหวานหันไปมองบุคคลข้างนอกที่เรียกตน สองเท้าค่อยๆก้าวเข้าไปหา สองมือค่อยๆจับกรงขังแน่น...
“ม..มีอะไรหรอครับ” น้ำเสียงแหบแห้งจนแทบฟังจับใจความไม่รู้เรื่องเอ่ยถามออกไป สงสัยทำไมคนตรงหน้าถึงเอ่ยเรียกชื่อตน
“วันนี้นอนที่นี่ไปก่อน พรุ่งนี้ชั้นจะพานายไปที่ๆดีกว่านี้” นั่นก็คือตำรวจสวมใส่ชุดธรรมดาที่อยู่นอกเครื่องแบบ...
“ม...หมายความว่า คุณ...ฮึ่ก คุณจะพาผมกลับบ้านอย่างนั้นหรอครับ!” ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยสีหน้าที่ดีใจ ซึ่งแสดงออกได้ทั้งสีหน้า แววตาและน้ำเสียง นึกคิดไปเองในสิ่งที่คนตรงหน้าพูด ทั้งๆที่คนตรงหน้า ยังไม่ทันที่จะพูดจนจบประโยค...
“พรุ่งนี้..ชั้นจะพานายไปอยู่ที่เรือนจำ เราจะให้นายอยู่ที่นั่นก่อนที่จะได้รับคำตัดสินคดีความ เป็นสถานที่เฉพาะนักโทษในกรณีพิเศษ” ดวงตาเรียวเล็กที่เบิกโตด้วยความดีใจ ค่อยๆหรี่ตาลงอย่างหมดหวัง
“แต่ก็ใช่ว่าคนที่ฆ่าคนตายแบบนาย พอไปอยู่ที่นั่นแล้ว ใช่ว่าจะพ้นผิดในไม่ช้า คนที่ทำผิด ย่อมได้รับโทษเท่าคดีที่ก่อไว้ แล้วนาย...ก็ต้องรอผู้ที่เป็นจำเลยของนาย ว่าเค้าจะเอาความด้วยการให้ประหารชีวิต หรือ..ติดคุกไปตลอดชีวิต”
“เพียงแต่ว่าที่แห่งนั้นจะสะดวกสบายหน่อย แต่นายอาจจะไม่ชอบเพราะนอนห้องรวม”
นั่นก็คงไม่ต่างอะไรจากห้องนักโทษรวมใช่มั้ย? ....
จะอยู่ที่ไหน จะสะดวกสบายสักเท่าไหร่...จิตใจก็ย่ำแย่ไม่ต่างกัน
เพราะยังไงซะ สถานที่แห่งนั้นก็เรียกว่าคุกอยู่ดีไม่ใช่หรอกหรือ?
“พอมาคิดดูๆแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าหน้าแบบนายจะฆ่าคนตายมา” ใบหน้าหวานยกยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างเหนื่อยท้อเมื่อได้ยินประโยคนั้น
ร่างบางค่อยๆหันหลังกลับอย่างตัดใจ เท้าเล็กทั้งสองข้างค่อยๆก้าวเข้าไปนั่งยังมุมหนึ่งในห้องขัง ขาเล็กทั้งสองข้างชันเข่าขึ้น วงแขนบอบบางโอบกอดหัวเข่าตนเองแน่น พร้อมกับซุกหน้าลงไปแล้วร้องไห้ออกมา
เมื่อมองสำรวจเรือนร่างแสนบอบบางนั้นได้สักพักร่างแกร่งก็เดินออกไปยังจุดๆนั้นทั้งที่ยังคงอดนึกไม่ได้ ไฉนหนุ่มน้อยผู้นี้ถึงได้ก่อคดีร้ายแรงไม่เหมาะสมกับหน้าตาแสนน่ารักแบบนั้น ในใจก็นึกสงสารนักโทษผู้นี้ อยากจะช่วยให้หลุดพ้นออกมา แต่จะทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน หน้าที่ก็คือหน้าที่ ยังไงซะ..ก็ต้องตัดสินด้วยความผิดเท่านั้น จะตัดสินกันที่ความรู้สึกสงสารส่วนตัวไม่ได้
สำหรับ ปาร์คยูชอนคนนี้ ความยุติธรรม ย่อมมาก่อนเสมอ
ร่างเล็กได้ยินเสียงคนที่เพิ่งเดินจากไป ได้ยิน...แต่ไม่อยากที่จะรับรู้ ในเวลานี้สมองและหัวใจของตนรู้สึกตันไปหมด ดวงตาที่ยังคงมองเห็นแสงสว่าง แต่ไฉน ตนถึงรู้สึกได้ถึงความมืดมิด ชีวิตและอนาคตของตนนับจากนี้ ดูจะมืดหม่นและหมองมัว ผ้าสีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้คงแปดเปื้อนนับตั้งแต่ได้ย่างก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้
จุนซูร้องไห้จนเผลอหลับใหลไปด้วยความเพลีย เพียงเพราะจิตใต้สำนึกของตนยังคงนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิต พลอยทำให้ตนนั้นเผลอหลับฝันไปด้วย...
ในห้วงความฝันของค่ำคืนนั้น...
“คีย์! หยุดนะ..นายจะทำอะไร อย่าทำอะไรบ้าๆแบบนี้นะ!” จุนซูพยายามห้ามคีย์ที่ถือมีดจี้ที่ลำคอขาวของตนเอง ซึ่งคีย์พยายามที่จะฆ่าตัวตาย เพียงเพราะเหตุผลบางอย่าง ซึ่งดูจะไร้เหตุผลเสียด้วยซ้ำ...
ซึ่งคีย์นั้นเป็นลูกของภรรยาน้อยซึ่งได้แต่งงานใหม่กับพ่อของตน ทว่าแม่แท้ๆของตนซึ่งเป็นภรรยาหลวงนั้น ได้ล่วงลับจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้ตนรู้สึกรักภรรยาคนใหม่ของพ่อตนซึ่งก็คือแม่เลี้ยงของตนนั่นเอง รวมถึงน้องชายต่างแม่อย่างคีย์ ตนนั้นก็รักเสมือนน้องชายแท้ๆของตน
ต่อมาพ่อของผมก็เสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ในพินัยกรรมนั้นท่านได้ยกทรัพย์สินและสมบัติรวมถึงคฤหาสน์ให้กับผม เงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น ชาตินี้ทั้งชาติคงใช้ไม่หมด ผมจึงให้แม่เลี้ยงและคีย์มาอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ด้วย ถ้าเป็นบางคนคงไล่ให้ไปไหนต่อไหน แล้วคงอยู่อย่างสุขสบายคนเดียว แต่แม่เลี้ยงท่านนี้มีบุญคุณกับผมหลายอย่าง ท่านใจดีกับผมดูแลผมเสมือนลูกชายแท้ๆของท่าน ผมคงทำไม่ได้ที่จะให้เขาไปอยู่ที่อื่น.....
ผมสูญเสียคนที่ผมรักไปแล้วสองชีวิต หากสูญเสียน้องชายคนนี้ไปอีกคน ตนคงทำใจไม่ได้
“ฮึ่ก..ไม่ต้องมาห้ามชั้น..แก..ฮืออ....แกแย่งของสำคัญไปจากชั้น..มินโฮเป็นของชั้น...แต่เขา..ฮึ่ก..เขากลับรักแก!” คีย์ตะโกนออกมาอย่างสุดกลั้น ใบมีดคมเฉียดต้นคอขาวเพียงแค่นิดเดียว ก็พร้อมที่จะกรีดเนื้อให้เลือดไหลซึมได้ทุกขณะ เมื่อเห็นดังนั้นจุนซูเลยเอ่ยพูดประโยคในสิ่งที่ตนรู้สึกบริสุทธิ์ใจออกมา เผื่อคำพูดของตนนั้น จะช่วยให้คนตรงหน้าหยุดความคิดที่แสนจะงี่เง่านี้ลงได้....
“นายเข้าใจผิดนะ! คีย์...มันไม่ใช่แบบที่นายคิด...ชั้นเห็นมินโฮเป็นแค่น้องชายคนหนึ่ง นายกำลังเข้าใจชั้นผิดนะ!”
“ หยุดเถอะ...นายอย่าคิดที่จะทำอะไรบ้าๆแบบนี้นะ! เชื่อชั้นนะคีย์ วางมีดลงเถอะ!” จุนซูพยายามที่จะพูดเกลี้ยกล่อมน้องชายต่างมารดา แต่กลับกลายเป็นว่า
“คิดว่าคำพูดเพียงแค่ลมปาก..จะช่วยให้ชั้นเชื่อคนอย่างแกอย่างนั้นหรอ คิมจุนซู!”
“ มินโฮเค้ารักแก! เค้าไม่ได้รักชั้น!” คำพูดนั้นเป็นเพียงคำพูดสุดท้ายที่คีย์ได้พูดออกมา ก่อนที่ใบมีดคมจะเฉือนเข้าที่ต้นคอขาวจนเลือดไหลซึมเป็นจำนวนมาก มีดคมเพียงแค่เล่มเดียวแต่สามารถปลิดลมหายใจของใครต่อใครนับไม่ถ้วน รวมถึงคีย์ด้วย...
ปั่ก!
มือเล็กปล่อยมีดตกลงที่พื้น พร้อมกับร่างกายที่แทบจะหมดสิ้นลมหายใจ ล้มลงไปตรงนั้น เลือดสีแดงสดไหลเปรอะตามพื้นเป็นจำนวนมาก
“คีย์!” ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจ พร้อมกับรีบเข้าไปช้อนร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณของคีย์ขึ้นมาไว้บนตัก
“ฮือ..ทำไมทำแบบนี้..ฮึ่ก...นายอย่าเป็นอะไรนะ...นี่เป็นความผิดของชั้นใช่มั้ย..ที่ทำให้นายฆ่าตัวตายแบบนี้ ฮืออ!” จุนซูร้องไห้ตะโกนออกมาด้วยความเสียใจ เขาไม่อยากสูญเสียน้องชายที่ตัวเขารักคนนี้ไปอีกคน
มือเล็กหยิบมีดที่ฆ่าชีวิตน้องชายของตนขึ้นมา ในส่วนลึกของหัวใจ กลับคิดโกรธเคืองตนเอง ที่เป็นต้นเหตุให้คีย์เป็นเช่นนี้
ทันใดนั้นเอง...
“คีย์!....ก...แกฆ่าลูกชายของชั้น..ฮือ...จุนซู!...แกทำแบบนี้ทำไม!” แม่เลี้ยงของตนซึ่งเป็นแม่แท้ๆของคีย์บังเอิญผ่านเข้ามาเห็น แล้วนั่นก็บังเอิญ...ที่ตนถือมีดเล่มนี้ขึ้นมา
หากนั่นก็คือเรื่องบังเอิญ...ที่ตน...ได้ถูกโจษจันว่าได้ฆ่าคนตายไปแล้ว
แกฆ่าลูกชายของชั้น!...
แกฆ่าลูกชายของชั้น!..
คำๆนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในสมองของตนมิอาจลืมเลือนลบหายไปจากใจ หากคำๆนั้นคือคำตัดสินชะตาชีวิตของตน ชีวิตที่เหลือของตนในตอนนี้...
คงจมอยู่ในขุมนรก ที่ทำให้ตนรู้สึกตายทั้งเป็น...
“ผมไม่ได้ฆ่า..ฮืออ ผมไม่ได้ฆ่าเค้า..ไม่!!” หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดท่วมใหลโทรมกายและตามใบหน้า ริมฝีปากบางละเมอพรึมพรำออกมา พร้อมกับหยดน้ำตาที่เอ่อล้นพรั่งพรูที่ขอบตากลมเรียวที่ยังคงปิดกลั้นสนิท
“คิมจุนซู..คิมจุนซู” เสียงแหบทุ้มเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้นจากนิทรา มือใหญ่เขย่าลาดไหล่บางเบาๆจนร่างเล็กรู้สึกตัว ดวงตาเรียวเล็กทั้งสองข้างค่อยๆลืมตื่นขึ้นมา ขนตายาวสวยนั้นเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาจากฝันร้าย...
“เช้าแล้วนะ..ลุกขึ้น แล้วตามชั้นมา” ใช่ว่าตนจะไม่รู้
ว่านักโทษผู้นี้คงกำลังฝันร้ายอยู่เป็นแน่ แต่ก็ต้องทำเป็นมองข้ามไป ไม่ใส่ใจ...นั่นเป็นเพราะ...กลัวว่าตนจะใจอ่อน
เมื่อเห็นน้ำตาของนักโทษผู้นี้...
ร่างเล็กทำตามที่คนตรงหน้าบอก พร้อมกับเดินตามหลังเจ้าหน้าที่คนนี้มาติดๆ จนในที่สุดก็ได้เดินมาถึงสถานที่ซึ่งรวมแต่นักโทษที่ว่าโดนคดีดังๆมา ดูจากลักษณะผิวพรรณของแต่ละคนคงมีชาติตระกูล มีเงินทอง
ซึ่งทำให้ตนได้รู้ว่า ไม่ว่าอยู่ในสถานะไหนก็มีการแบ่งชนชั้นทั้งนั้น
ขนาดเป็นนักโทษยังมีการแบ่งสถานที่ความเป็นอยู่ทั้งที่ทำผิดมาเหมือนกันแท้ๆ
แต่ถึงอย่างไรซะ ก็คงจะเลือกเกิดไม่ได้สินะ รวมถึงโชคชะตาชีวิตของมนุษย์ที่ยากจะคาดเดา หากคาดคะเนรู้ถึงชะตากรรมล่วงหน้าได้ ก็คงไม่มีใครคนไหนที่จะพลาดพลั้งทำผิด...
หรือเป็นเพราะว่ามนุษย์หลายคนเคยรู้ชะตากรรมล่วงหน้าแล้วยังพลาดพลั้งทำผิด
พระเจ้าจึงลงโทษให้มนุษย์ทุกคนที่ไม่รู้จักคิด ปล่อยให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
โดยที่เราไม่สามารถรับรู้อะไรล่วงหน้าเลย...
หากท่านทรงมองลงมา...ท่านจะเห็นน้ำตาของลูกมั้ย?
ถ้าพระองค์ทรงกำลังทดสอบความเข้มแข็งและความอดทนที่จะฝ่าฝันกับอุปสรรคขวากหนามที่เข้ามาในชีวิตของมนุษย์ทุกคน
หากล้มลงหนามคมก็คอยทิ่มแทงซ้ำเติมจนกว่าเราจะลุกขึ้นมาใหม่
ในทางเดินข้างหน้านั้นยังมีแสงสว่างแห่งชัยชนะให้กับผู้ที่เข้มแข็งและอดทน
หากแต่ว่าตัวเขานั้น อ่อนแอเกินไปกว่าที่จะเดินไปจนสุดทาง แต่ถึงอย่างไรแล้ว...ตัวเขาคงไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินไปทางไหนอีก เดินไปคงเจอแต่ทางตัน
ความมืดมิดเข้าครอบครองปกคลุมในหัวใจรวมถึงสิ่งรอบข้าง
ความมืดมิดสู่หนทางแห่งปากเหวนรก
ที่ตนจะเดินถลำลึกก้าวเข้าไปทีละก้าว ทีละก้าว...
จากความเข้าใจผิดของใครบางคน...
“สงสัยหรือเปล่า...ว่าทำไมพ่อแม่ของเด็กพวกนี้ที่ว่ารวยเป็นมหาเศรษฐี ทำไมถึงไม่เอาเงินมาประกัน...”
ร่างเล็กที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเสมือนกับวิญญาณที่ล่องลอยไปไกลได้กลับเข้าร่างตนเองอีกครั้ง เมื่อถูกคนตรงหน้าเอ่ยถามโดยที่ไม่ได้หันมามองร่างเล็ก...
“นั่นก็เป็นเพราะว่า บางคนคดีหนักเกินไป หากปล่อยให้ประกันตัวออกไปล่ะก็...หึ....คงไปก่อคดีไม่จบสิ้นเป็นแน่”ร่างแกร่งเสมองดูนักโทษเหล่านั้น ที่ยังไม่รู้ตัวว่าตนและนักโทษใหม่อย่างคิมจุนซูยืนอยู่.
“ล...แล้วคดีอะไรบ้างล่ะครับ ที่ประกันตัวออกมาไม่ได้” ร่างเล็กเอ่ยถามออกไปอย่างหมดหวัง ตัวเขาคงหวังอะไรไม่ได้อีกต่อไป ในเมื่อเห็นๆกันอยู่ ว่าคดีของตนมันหนักหนามากขนาดไหน
“ก็พวกมือปืน นักฆ่า ยังไงล่ะ” ร่างเล็กเงียบฟัง ก่อนที่คนร่างสูงจะเอ่ยพูดอะไรออกมาอีก
“ที่นี่ก็มีนักฆ่าอยู่คนนึงล่ะ บุคคลที่ประชาชนหวาดเกรง แต่ตอนนี้คงโล่งใจ ในเมื่อนักฆ่าคนนั้น ได้อยู่ที่นี่แล้ว”
“คิม แจ จุง!” พูดเพียงแค่นั้น คนที่ยืนฟังอยู่จากที่เป็นคนขี้กลัว ยิ่งมาฟังแบบนี้ยิ่งทำให้ตนหวาดกลัวระแวงทุกสิ่งทุกอย่างในที่แห่งนี้
เจ้าหน้าที่ปาร์คยูชอนเดินพาร่างเล็กเข้ามาด้านใน แล้วเดินจากไป ทิ้งไว้แต่ร่างเล็กที่จมอยู่กับความหวาดกลัว นักโทษเหล่านี้เหมือนรู้สึกตัวว่ามีเพื่อนใหม่ที่ต้องทำความรู้จัก หากแต่ว่าสายตาเหล่านั้นมันดูไม่เป็นมิตรสำหรับคิมจุนซูเลยสักนิด สายตาแต่ละคนที่มองมายังร่างเล็กนั้น เสมือนสัตว์ร้ายที่กระหายเหยื่อไม่มีผิด
“เฮ้ย! เด็กใหม่เว้ย น่ารักว่ะ น่า...ชะมัด สงสัยพวกเราคงต้องทำความรู้จักแล้วล่ะ หึๆ” นักโทษคนหนึ่งหัวเราะออกมาอย่างหื่นกาม พร้อมกับชวนเพื่อนนักโทษอีกสี่คนเดินตามร่างเล็กไป
รอบๆสถานที่แห่งนี้มีรั้วกั้นชั้นดี นั่นก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายชีวิต ซึ่งดูจะเยอะกว่านักโทษในที่แห่งนี้เสียด้วยซ้ำ
ร่างเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปนั่งยังมุมหนึ่งในที่แห่งนั้น หากแต่ว่าตนนั้นได้เดินมาคนเดียว แต่กลับมีนักโทษประมาณห้าคนที่ไม่ได้รับเชิญได้เดินเข้ามานั่งด้วย
“เพิ่งมาใหม่หรอเรา...อยากทำความรู้จักกับพวกชั้นมั้ย?” นักโทษคนหนึ่งซึ่งดูจะเป็นหัวโจกพูดเพียงแค่ประโยคเดียว ก็ตรงเข้าทำความรู้จักด้วยการซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนอย่างหื่นกระหาย
ทำความรู้จักแบบไหนกัน...
“ปล่อย..ฮึ่ก ปล่อยนะ ผมไม่อยากรู้จักพวกคุณ ฮืออ ปล่อย!” มือเล็กพยายามผลักยังแผงอกกว้างให้ปล่อยตน แต่กลับกลายเป็นว่ามือใหญ่นั้นตรงเข้าจับที่ข้อมือเล็กพร้อมกับบีบแน่นจนร่างเล็กขัดขืนต่อไปไม่ได้
“แต่พวกชั้นอยากรู้จักนี่ เฮ้ยพวกเรา! ลากไปที่มุมดีๆ หน่อยดิ๊ ตรงนี้คนเยอะ เดี๋ยวไม่มันส์ หึๆ”
เรี่ยวแรงอันมากมายมหาศาลทั้งห้านี้ฉุดกระชากลากร่างบอบบางมายังมุมหนึ่งในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งดูเปลี่ยวไร้ผู้คนที่ยากจะมาพบเห็น
มือหนึ่งจัดการถลกเสื้อของร่างบางขึ้นมาจนถึงยอดอก พร้อมทั้งไม่รู้ว่าใครต่อใครตรงเข้าซุกไซร้ไล้เลียซอกคอขาวเนียน ทั้งยังดูดดึงยอดอกสีสวยนี้ด้วย มือปลาหมึกลูบไล้ไปมายังหน้าท้องขาวนวลแบนราบ มือนั้นค่อยๆเลื่อนลงต่ำจนถึงขอบกางเกง
“ขอร้อง ฮืออ..ปล่อยผมไป ฮึ่ก” ริมฝีปากบางเอ่ยถ้อยคำร้องขอออกมาอย่างน่าเวทนา แต่นั่นไม่ได้ไปสะกิดต่อมเห็นใจแก่นักโทษหื่นกระหายเหล่านี้เลยสักนิด
“ใครเข้ามาใหม่ก็โดนแบบนี้ทั้งนั้นแหละน่า เป็นเรื่องธรรมดาไม่มีใครเค้าสนใจหรอก นายก็...อยู่นิ่งๆไป พวกเราไม่รุนแรงหรอก หึๆ” พูดเพียงแค่นั้น ร่างสูงก็ผลักร่างบางลงไปนอนกับโต๊ะขนาดใหญ่ อีกคนหนึ่งจับต้นแขนเล็กทั้งสองข้างรวบตึงขึ้นเหนือศีรษะเพื่อไม่ให้เหยื่อดิ้นหนีไปไหน
ทันใดนั้นเอง
โครม!!
ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาใช้เท้าถีบไปที่เก้าอี้ที่ขวางทางเดินจนล้มลงไปกองกับพื้น
ผลั่ก!
พร้อมทั้งดึงนักโทษที่รุมกระทำร่างเล็กมาคนหนึ่งแล้วสวนหมัดเข้าไปที่ใบหน้านักโทษคนนั้นเต็มแรง เท้าแกร่งอีกข้างถีบเข้าที่ยอดอกจนล้มลงไป
“ค..คิม แจ จุง! เฮ้ย! จะอยู่ทำไม หนีสิวะ!”
ส่วนที่เหลืออีกสี่คนเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบล้มลุกคลุกคลานออกไปจากที่ตรงนั้นโดยไว โดยไม่ลืมที่จะลากเพื่อนที่ล้มลงไปขึ้นมาแล้วพาหนี
ร่างแกร่งเดินเข้ามาหาร่างเล็ก มือใหญ่จับเสื้อที่ถลกขึ้นมาแล้วดึงลงจนเสื้อนั้นปกปิดส่วนบนของร่างเล็กมิดชิด ใบหน้าหวานพยายามที่จะจดจ้องมองใบหน้าบุคคลที่เข้ามาช่วยตน...
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าคนตรงหน้านั้นหล่อเหลาเพียงใด ผิวกายขาวตัดกับเส้นผมสีดำที่ดูยุ่งๆ คิ้วเข้มหนาที่รับกับใบหน้า ดวงตาคมสีดำสนิทน่าค้นหาแต่ส่องประกายความโหดเหี้ยมไว้ในตัว ยิ่งจ้องมองเข้าไปยังสายตาคู่นั้น เหมือนต้องมนต์สะกดให้ตกอยู่ในภวังค์ลึกลับจนมองไม่เห็นทางออก อีกทั้งริมฝีปากหนาได้รูปชวนหลงใหล พระเจ้าช่างสรรค์สร้างบุคคลตรงหน้าให้หล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่ตนกลับรู้สึกได้ถึงความเย็นชาผ่านทางสายตาราวกับซาตานร้ายที่พร้อมสังหารทุกลมหายใจโดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นว่าร่างเล็กมองมา สายตาคมจึงมองกลับไป ส่งผลให้สายตาเรียวเล็กหลบหลีกสายตาเย็นชาคู่นั้นโดยไวร่างสูงค่อยๆนั่งลงบนโต๊ะใหญ่ ซึ่งนั่งขนาบข้างร่างเล็ก แต่ก็เว้นระยะห่างกันพอสมควรไม่ได้นั่งชิดใกล้ร่างบอบบางนั้นจนเกินไป พร้อมกับหยิบไฟแช็กและบุหรี่ที่อยู่ในคอตตอนขึ้นมามวนนึง
“ฮึ่ก..ข...ขอบคุณ..ฮือ..ขอบคุณที่มาช่วยผม” ริมฝีปากบางเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งจากใจ ถึงคนตรงหน้าจะแลดูเย็นชาเยือกเย็นสักแค่ไหน แต่ตนนั้นก็รู้สึกปลอดภัยเมื่อยามได้อยู่ใกล้
“อย่าสำคัญตัวล่ะ ชั้นไม่ได้มาช่วยนาย...เพียงแค่เดินผ่านมาจะสูบบุหรี่ตรงนี้ต่างหาก.” ประโยคนั้นส่งผลทำให้ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องแปลกใจปนสงสัยเมื่อเหลือบมองไปเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของคนตรงหน้า ทำไมนักโทษคนนี้ถึงพกไฟแช็กและบุหรี่ตามใจชอบ ไม่รู้รอดพ้นสายตาของตำรวจในที่แห่งนี้ได้อย่างไรกัน
ทดสอบเม้นก่อน555555555+ มันจะขึ้นให้เรามั้ยแว๊
ตอบลบBG ดำแล้วยังมีตัวหนังสือดำอีกนะ คนอ่านอ่านยากค่ะ
ตอบลบน้องจุนU_U
ตอบลบเปิดเรื่องมาได้น่าติดตามมากๆค่ะ
ตอบลบชอบคาแรคเตอร์แบบนี้ แจจุงดูดิบเถื่อนดีมากเลย
เสียดายที่ไม่ได้รู้จุดจบของเรื่อง
แม้ว่าเพิ่งเริ่มอ่าน ก็อยากจะอ่านจนจบเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ