วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Wanted [chapter 7]



 Wanted [chapter 7]

ผีห่าซาตานตนใดได้สิงสถิตอยู่ในจิตวิญญาณของคนตรงหน้ากัน...ทำไมถึงทำกับเขาแบบนี้
เคยนึกถึงจิตใจกันบ้างมั้ย?.....ในสายตาแสนเย็นชาคู่นั้นเคยรู้สึกนึกสงสารกันบ้างมั้ย?

ของเหลือ..อย่างงั้นเหรอ  ของเหลือที่เมื่อนายใช้เสร็จ ก็โยนทิ้งโดยไม่แลตามอง
ซ้ำร้ายยังเหยียบย่ำให้จมดิน...เอาของเหลือที่นายว่าอย่างเขาไปให้คนอื่นใช้ต่อ..ราวกับเขา เป็นของมือสอง

ใช้กำลัง..ทำร้ายร่างกาย
ใช้คำพูด..ทำร้ายความรู้สึก
ใช้หัวใจที่สกปรกของนาย...ทำลายหัวใจที่อ่อนแอของฉัน..ให้มันย่ำแย่ลงไปอีก

นายยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้างมั้ย...คิมแจจุง

ก็ไม่รู้ว่าการที่ใช้ตัวเลือกให้เขาได้รอดพ้นจากนักโทษกระหายเหยื่อพวกนี้...มันต้องแลกมาด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามสารพัดมันไม่ถูกต้อง  ที่เขาได้เลือกไปแล้ว แต่คนใจร้ายกลับพามาที่นี่อีก..

ก็ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่หรอ..ว่าจะอยู่กับนาย ทำไมถึงพามาที่นี่อีก..สมองเสื่อมหรือเปล่า!” ความอดทนที่มีอยู่จำกัด บัดนี้มันถึงขีดสุดจนเผลอตะคอกออกไปแบบนั้น หากด่าสาดเสียเทเสียยังไง คนตรงหน้าคงไม่สะทกสะท้านอะไรหรอก...

ก็คงงั้น...  พูดเพียงประโยคสั้นๆ พร้อมทั้งเดินจากไป ไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองกันสักนิด..ไม่มี

จุนซูถึงกับเข่าอ่อนรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาทันที ทำให้ร่างน้อยค่อยๆย่อตัวลงจนทรุดนั่งกับพื้นในที่สุด...โลกใบนี้เขาไม่เคยรู้สึกว่ามันสวยงามเลยสักนิด  จนบัดนี้ก็ยังคงจะรู้สึกเช่นนั้น...เพราะความที่อคติกับมันมากเกินไปหรือเปล่านะ...โลกใบนี้ถึงโหดร้ายกับเขาเหลือเกิน

ฮึ่กก..ฮือออ ใบหน้าหวานก้มลงร้องไห้อยู่เงียบๆ  แขนอีกข้างยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ  ยอมน้อมรับในชะตากรรมต่อไปที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขา..เวรกรรมที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อนจะได้ทุเลาและเบาบางลงบ้าง

 นักโทษชายทั้งห้าต่างมองหน้ากันสลับกับมองร่างบอบบางเป็นระยะๆ  ความหื่นกระหายในตัวเริ่มถูกความรู้สึกนึกสงสารบดบังจนหมดสิ้น

นี่นาย..ร่างสูงกำยำเอ่ยทักขึ้น  พลางเอื้อมมือลงไปจับไหล่เล็ก จนร่างน้อยสะดุ้งเฮือก  เผลอปัดมือใหญ่ออกอย่างลืมตัว..

ฉันไม่มีสิทธิ์ปัดมือนายแบบนั้น...จะเสแสร้งว่าตัวเองสะอาดผุดผ่องต่อไปคงจะไม่ได้...ฮึ่กก...พวกนายจะทำอะไรก็เชิญ  ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ฮืออ

เอาไงดีอ่ะ...ร้องไห้ใหญ่แล้วอ่า... นักโทษชายร่างท้วมสมบูรณ์พูดขึ้น ขณะจ้องมองไปยังร่างเล็กที่นั่งร้องไห้อย่างน่าสงสาร  ชินดงเบะปากทำท่าจะร้องไห้ตามอยู่รอมร่อ แต่ถูกคยูฮยอนกระทุ้งศอกเข้าที่แขนอวบเป็นเชิงบอกให้เก็บอาการเหมือนเด็กๆนั่นไว้  มันน่าอาย...

ดงเฮ..มึงอุ้มไอ้หน้าหวานนี่ แล้วเดินตามกูมา พวกมึงด้วย... ซีวอนหันไปบอกดงเฮ รวมถึงบอกอีกสามคนให้เดินตามตนมา...เมื่อเข้าใจความหมายดงเฮจึงช้อนร่างบางขึ้นมาอย่างง่ายดาย  แม้ในตอนแรกคนตัวเล็กจะออกแรงขัดขืนอยู่บ้าง  แต่แล้วก็สิ้นฤทธิ์ เพราะเรี่ยวแรงที่หลงเหลือเพียงน้อยนิด ทั้งยังเหนื่อยล้าเหลือเกินกับเหตุการณ์เมื่อคืน ส่งผลให้จุนซูสลบไสลคาอกอุ่นอย่างช่วยไม่ได้...

โห..ท่าทางไอ้แจจุงมันจะเล่นหนักว่ะ...ดูจากสภาพแล้ว น่าสงสารชิบเป๋ง พวกมึงว่าไง...จะปล้ำลงหรอวะ?”  อึนฮยอกเดินมาสมทบกับดงเฮ  เมื่อยามมองดูคนในอ้อมแขนของเพื่อนสนิท ก็รู้สึกสงสารจับใจ...

คงไม่แล้วว่ะ...หมดอารมณ์...แต่รอให้เจ้านี่ตื่นขึ้นมาก่อน อยากถามอะไรสักหน่อย  ซีวอนเดินนำอีกสี่คน จนมาหยุดอยู่มุมเดิม  มุมที่เคยลากนักโทษหน้าใหม่อย่างคิมจุนซูมาข่มขืน แต่กระนั้นก็ทำไม่สำเร็จ...ครั้งนี้ก็รอเพียงให้เจ้าตัวฟื้นขึ้นมา เพื่อถามอะไรบางอย่าง..แล้วจะปล่อยไป

จนเวลาล่วงเลยผ่านมาราวสามชั่วโมงเต็ม  ชินดงได้รับมอบหมายให้นั่งเฝ้าจนกว่าจุนซูจะตื่น  หากแต่ว่าในเวลานี้นักโทษชายร่างท้วมสมบูรณณ์ได้แปรเปลี่ยนจากนั่งเป็นนอนเฝ้าแทน

คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อยล้า  เขาเหลือบตามองสำรวจเรือนกาย  เสื้อผ้าก็ยังอยู่ครบ  ทั้งร่องรอยการถูกกระทำ   ก็ยังคงเป็นรอยเดิม  ไม่ๆได้ทิ้งร่องรอยใหม่ให้หมองใจ...หรือเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน...แท้ที่จริงแล้วที่เขาจะโดนรุมโทรมมันไม่ได้เป็นเรื่องจริง....เขากำลังสับสน

แต่เมื่อเสมองคนข้างๆที่นั่งหลับสัปหงก ซ้ำยังนอนกรนเสียงดังนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา

  เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดอะไรและนิ่งเฉยอยู่แบบนี้..นี่เป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะออกไปจากที่ตรงนี้โดยไว  ไม่รอช้าร่างเล็กค่อยๆลุกขึ้น ลำพังจะทรงตัวให้ยืนอยู่ก็แทบจะไม่ไหว  นี่ยังต้องเดินไปข้างหน้า ซ้ำยังจะต้องระมัดระวังไม่ให้ปลายเท้าสัมผัสพื้นจนเสียงดังมากเกินไป...พยายามเดินให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้...เดี๋ยวอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว 

เมื่อเห็นว่าพ้นจากที่ตรงนั้นมาพอสมควร  จุนซูจึงเร่งฝีเท้าจากค่อยๆเดินเป็นวิ่งไปข้างหน้าในที่สุด  เพราะใจที่ยังคงพะว้าพะวงจึงคอยเสหันไปมองข้างหลังตลอดเวลา  เพราะมัวแต่ห่วงหลัง..คนตัวเล็กเลยไม่คาดคิดว่าข้างหน้าอาจจะอันตรายกว่า...

โอ๊ะ!”  ร่างทั้งร่างปะทะเข้ากับร่างหนาและอยู่ในอ้อมกอดของคนร่างสูงในที่สุด  จุนซูพยายามดิ้น เมื่อคิดว่าคนข้างหน้าอาจจะเป็นคิมแจจุง

ปล่อยนะแจจุง ฮึ่กก.. ไอ้เลว!” จุนซูสบถด่าออกมาด้วยความคับแค้นใจ...ยังมีหน้ามาเดินลอยหน้าลอยตาแถวนี้  ไม่บอกก็รู้ว่าคงจะออกมาดูสภาพที่น่าอับอายของเขาสินะ เสียใจด้วย...บังเอิญว่าไม่ได้เป็นดั่งที่นายคิดไว้...เขามั่นใจว่าตัวองไม่ได้โดนรุมโทรมอย่างแน่นอน...จะผิดไหม หากในใจยังมีอีกแง่นึงที่คิดเข้าข้างตัวเอง  ว่าคนใจร้าย...อาจจะออกมาช่วยเขา...

นี่ท่าทางจะแค้นฝังหุ่นไอ้แจจุงมันมากสินะ..บังเอิญว่าฉันไม่ใช่มัน  ไม่ต้องกลัวพวกเราหรอก...และหยุดดิ้นได้แล้ว  น้ำเสียงคุ้นหูแต่ไม่เคยจำขึ้นใจได้เท่ากับเสียงของอีกคน  ไม่ใช่น้ำเสียงเย้ยหยันที่คอยตะคอกดุดัน..ไม่ใช่เสียงของแจจุง

  กว่าใบหน้าหวานจะแหงนขึ้นมองก็ถูกคนร่างสูงช้อนร่างบางขึ้นมาพาดบ่าเหมือนไร้น้ำหนัก   กว่าจะได้รับอิสระอีกครั้ง  ก็พบว่าตัวเองได้มายืนตรงจุดๆเดิม...สิ่งที่สายตาเขามองเห็นไม่ได้มีแต่นักโทษชายทั้งห้าคน...แต่เพิ่มจากห้าเป็นสิบเลยต่างหาก...

  จุนซูกำหมัดแน่น..นี่กะฆ่าเขาทางอ้อมเลยใช่มั้ย? ทุกอณูในร่างกายก็ล้วนแต่มีร่องรอยที่โดนกระทำทารุณ  แม้รอยบาปอาจดูจางลง...แต่รอยช้ำในหัวใจยังคงไม่จืดจาง...

อึนฮยอกเดินเข้าไปใกล้ร่างกลมที่นอนแผ่หลาตัวอืด  ใช้ปลายเท้าสะกิดเข้าที่ต้นขาอวบราวกับเขี่ยอะไรสักอย่าง...ชินดงงัวเงียคล้ายทำท่าจะตื่นขึ้นมาแต่ก็ยังคงหลับอยู่แบบนั้นไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบข้างแม้แต่น้อย...แต่ก็ช่างเถอะ

อย่าทำท่าเหมือนอยากตายแบบนั้นได้มั้ย? ก็บอกไปแล้วว่าไม่ต้องกลัว...ที่ลากมาครั้งนี้ไม่ได้เอามาข่มขืน  สภาพนี้ทำไม่ลงหรอก  เมื่อเห็นร่างเล็กยืนตัวซีด เหงื่อไหลซึมช่วงขมับบ่งบอกถึงอาการหวาดกลัวพวกเขา ซีวอนจึงเอ่ยออกไปแบบนั้น คนตัวเล็กจึงใช้สายตามองมาราวกับตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงพาเขามาที่นี่อีก..แทนที่จะพาไปส่งที่ห้อง..ของแจจุง

รู้จัก  คิมอึนยองมั้ยจุนซูสะดุ้งเล็กน้อยเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเจอคำถามนี้เข้า..คำถามนี้มีนัยอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า? หากตอบไปว่ารู้จักและเป็นแม่เลี้ยงของเขา  จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้  ตนก็ไม่อาจคาดเดาได้...แต่คิดว่าคงไม่ดีแน่  หากตอบไปว่ารู้จัก

หึ! ฉ..ฉันไม่รู้จัก..ทำไมหรอ?” จุนซูปฏิเสธ  พยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้คนพวกนี้จับได้ว่าเขาพูดเท็จ  ร่างบางก็ดูเหมือนถูกบีบให้เล็กลงเมื่ออยู่ท่ามกลางคนร่างสูงประมาณสิบคน

ไม่รู้จักมันก็ดี..ไปเถอะ..คงจะกลับห้องไอ้แจจุงมันถูกนะ  พวกฉันขี้เกียจไปส่ง  ว่าแล้วจะต้องมีอะไรแน่ๆ...คิมอึนยองแม่เลี้ยงของเขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับคนพวกนี้...จากสีหน้าดูจะเกลียดชังเคียดแค้นเมื่อยามพูดชื่อของแม่เลี้ยงเขา..ใจก็อยากจะเอ่ยปากถามออกไปว่ามันเรื่องอะไรกัน...แต่หากเอ่ยถามออกไปก็กลัวจะสร้างความไม่พอใจ  เดี๋ยวจะหาว่าเซ้าซี้แล้วพานไม่ปล่อยเขาไป..ปิดปากเงียบ  แล้วเดินออกไปเงียบๆจะดีกว่า.

แม้ในใจจะยินดีที่ได้รับอิสระอีกครั้ง  ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกดีใจหรือรู้สึกอะไรสักนิด...เหมือนหัวใจมันตายด้าน  รู้สึกชินและชาไปเสียแล้ว

เดี๋ยว!”  ร่างเล็กชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างหลังเหมือนสั่งให้ตนหยุดเดิน

โดนคดีอะไรมานักโทษหนึ่งในสิบคนนั้นเอ่ยถามขึ้น  ซึ่งทุกคนก็ดูเหมือนจะอยากรู้คำตอบจากปากคนตัวเล็กเสียเหลือเกิน...

ฆ่าคนตาย ใบหน้าหวานหันหลังมาตอบพร้อมทั้งหันหน้ากลับไปตามเดิน...จะก้าวไปข้างหน้า  แต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังตามหลังมา  มันน่าขำตรงไหนกัน..อยากจะรู้เหลือเกิน

ที่เห็นพวกฉันติดคุกเพราะโดนข้อหาพยายามฆ่า...แล้วเพื่อนที่ไหนกัน  ที่จะพยายามฆ่าเพื่อนรักของตัวเอง...ก็แค่แพะฝูงเบ้อเร่อ...นายก็คงไม่ต่างกับพวกฉันหรอก...ก็มีแต่คนโง่อย่างไอ้ตำรวจงี่เง่าพวกนี้ที่ดูไม่ออก..
แปลกนะ..ทำไมคนที่ดูเลวๆ กลับมองออกว่าเขาไม่ได้ฆ่าคนตาย..ผิดกับคนดีๆอย่างแม่เลี้ยงของเขาและตำรวจที่มองไม่ออกว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ  โลกนี้ช่าง..ไร้ความยุติธรรมเสียจริงๆ

  ในที่สุดร่างน้อยก็พาตัวเองเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของคนใจร้ายจนได้...ในตอนนี้ผู้คุมหายไปไหนหมด...จะมีแค่เพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หน้าห้อง  แต่เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองเห็นเขา  ก็ละความสนใจจากหนังสือพิมพ์  พร้อมกับรอยยิ้มส่งมาที่ทำให้หัวใจเขารู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน

นี่ก็เย็นแล้ว ไม่สบายอยู่นายควรจะพักผ่อนนะจุนซู...มัวไปเดินเล่นแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่หายกันพอดีไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกห่วงใยคนๆนี้นัก  ก็แค่นักโทษคนหนึ่งที่เขาไม่ควรให้ความสนใจขนาดนี้...มันไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเลยสักนิด

ผมว่าจะเข้าไปนอนแล้วล่ะครับ...คุณยูชอนมาที่นี่มีอะไรเหรอ?’’ 

ไม่มีอะไรหรอก...ฉันไปล่ะ ใครว่าไม่มี...ทั้งที่วันนี้ที่นี่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง...เวลาใกล้พลบค่ำนี้ เขาควรที่จะกลับบ้านได้แล้ว...แต่ทำไมเขาถึงพาตัวเองมาที่นี่กัน...

จุนซูมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปจนลับตา...ความรู้สึกเหงาเกาะกุมขั้วหัวใจเขาโดยพลัน  เมื่อเพื่อนที่ดีคนหนึ่งได้เกินจากเขาไปแล้ว ที่เหลือนี้คืออะไร...เขาเหลือบตามองประตูตรงหน้า  เบื้องหลังประตูบานนี้มันคือนรกดีๆนี่เอง...

จุนซูยืนถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไป...สายตาเรียวเล็กกวาดมองทั่วห้อง แต่แล้วก็มาสะดุดอยู่ตรงเตียงมุมห้อง...เตียงที่เปรียบเสมือนเครื่องลงทัณฑ์ที่ทรมานเขาอย่างทารุณ ซาตานตัวร้ายที่จับเขามาลงโทษโดยที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไร ในตอนนี้กลับมานอนทอดกายสบายใจอยู่บนเตียงนั้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร...น่าเอามีดมาผ่าเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายคว้านเอาก้อนเนื้อตรงนั้นออกมาเสียจริงๆ  จะได้กลายเป็นคนที่ไร้หัวใจโดยสมบูรณ์...หากไม่มีหัวใจ  นายคงไม่ตายหรอกมั้ง...

ไม่ควรจะเรียกว่าหัวใจด้วยซ้ำ..หากให้เหมาะให้ควร น่าจะเรียกเนื้องอกที่หน้าอกด้านซ้ายเสียมากกว่า

  ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ซาตานที่ในตอนนี้ยังไม่สยายปีกสีดำแห่งความชั่วร้ายออกมา  ตอนหลับอยู่ก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร  อย่าได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเลย...มันคนละคน

ใจคอยังจะหลับลงอีกนะ...นายนี่มัน..น่าจะตายๆไปซะ

ไม่พูดเปล่า... แขนเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นพลางเงื้อมือจะตรงเข้าบีบคอคนที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่อง  สายตาเรียวเล็กมีแต่ความเครียดแค้นชิงชังคนตรงหน้าเหลือทน  อยากจะบีบคอให้ตายๆไปเสียตอนนี้  แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิดเท่านั้น...หากทำจริงๆ แล้วคนใจร้ายยังหลับไม่สนิท  เป็นเขานั่นแหละ ที่จะตายเสียเอง  

ที่ทำมือจะบีบคอเพื่อเป็นการทำท่าประกอบกับความคิดเท่านั้น...

  จุนซูจะชักมือหนี  แต่ดันถูกมือใหญ่จับข้อมือเล็กนั้นไว้แน่น จนร่างบอบบางถึงกับสะดุ้งเฮือก...  เปลือกตาคมค่อยๆลืมขึ้น  พร้อมจ้องมองคนที่กำลังตกใจสุดขีดอย่างคาดโทษ

ทำอะไร..จะฆ่าฉันหรอไง ฮึ..

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2555 เวลา 08:24

    โล่งอกไปทีน้า ที่เหล่าลิงไม่ทำอะไรจุน ฮ่าๆ
    สงสัยมีอะไรเเค้นฝังหุ่นเเม่เลี้ยงจุนเเน่เลย
    เเต่เหล่าลิงเเอบน่ารักอ่ะ ฮ่าๆ เป็นคนดีใช้ได้เลย
    คนอื่นเค้าดีเเล้ว มีเเต่พี่เเจเเหละ ปรับปรุงตัวด่วนๆ เลย~

    ตอบลบ
  2. เฮ่อออ..~~ เป็นฟิคที่ลุ้นจริงๆ

    เก๊าสงสารจุนซูนะเว้ยยย TTOTT

    ตอบลบ