Wanted [chapter 7]
ผีห่าซาตานตนใดได้สิงสถิตอยู่ในจิตวิญญาณของคนตรงหน้ากัน...ทำไมถึงทำกับเขาแบบนี้
เคยนึกถึงจิตใจกันบ้างมั้ย?.....ในสายตาแสนเย็นชาคู่นั้นเคยรู้สึกนึกสงสารกันบ้างมั้ย?
ของเหลือ..อย่างงั้นเหรอ ของเหลือที่เมื่อนายใช้เสร็จ
ก็โยนทิ้งโดยไม่แลตามอง
ซ้ำร้ายยังเหยียบย่ำให้จมดิน...เอาของเหลือที่นายว่าอย่างเขาไปให้คนอื่นใช้ต่อ..ราวกับเขา
เป็นของมือสอง
ใช้กำลัง..ทำร้ายร่างกาย
ใช้คำพูด..ทำร้ายความรู้สึก
ใช้หัวใจที่สกปรกของนาย...ทำลายหัวใจที่อ่อนแอของฉัน..ให้มันย่ำแย่ลงไปอีก
นายยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้างมั้ย...คิมแจจุง
ก็ไม่รู้ว่าการที่ใช้ตัวเลือกให้เขาได้รอดพ้นจากนักโทษกระหายเหยื่อพวกนี้...มันต้องแลกมาด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามสารพัด…มันไม่ถูกต้อง ที่เขาได้เลือกไปแล้ว แต่คนใจร้ายกลับพามาที่นี่อีก..
“ก็ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่หรอ..ว่าจะอยู่กับนาย
ทำไมถึงพามาที่นี่อีก..สมองเสื่อมหรือเปล่า!”
ความอดทนที่มีอยู่จำกัด บัดนี้มันถึงขีดสุดจนเผลอตะคอกออกไปแบบนั้น
หากด่าสาดเสียเทเสียยังไง คนตรงหน้าคงไม่สะทกสะท้านอะไรหรอก...
“ก็คงงั้น...” พูดเพียงประโยคสั้นๆ
พร้อมทั้งเดินจากไป ไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองกันสักนิด..ไม่มี
จุนซูถึงกับเข่าอ่อนรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาทันที
ทำให้ร่างน้อยค่อยๆย่อตัวลงจนทรุดนั่งกับพื้นในที่สุด...โลกใบนี้เขาไม่เคยรู้สึกว่ามันสวยงามเลยสักนิด จนบัดนี้ก็ยังคงจะรู้สึกเช่นนั้น...เพราะความที่อคติกับมันมากเกินไปหรือเปล่านะ...โลกใบนี้ถึงโหดร้ายกับเขาเหลือเกิน
“ฮึ่กก..ฮือออ” ใบหน้าหวานก้มลงร้องไห้อยู่เงียบๆ แขนอีกข้างยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ
ยอมน้อมรับในชะตากรรมต่อไปที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขา..เวรกรรมที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อนจะได้ทุเลาและเบาบางลงบ้าง
นักโทษชายทั้งห้าต่างมองหน้ากันสลับกับมองร่างบอบบางเป็นระยะๆ ความหื่นกระหายในตัวเริ่มถูกความรู้สึกนึกสงสารบดบังจนหมดสิ้น…
“นี่นาย..” ร่างสูงกำยำเอ่ยทักขึ้น
พลางเอื้อมมือลงไปจับไหล่เล็ก
จนร่างน้อยสะดุ้งเฮือก เผลอปัดมือใหญ่ออกอย่างลืมตัว..
“ฉันไม่มีสิทธิ์ปัดมือนายแบบนั้น...จะเสแสร้งว่าตัวเองสะอาดผุดผ่องต่อไปคงจะไม่ได้...ฮึ่กก...พวกนายจะทำอะไรก็เชิญ ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ฮืออ”
“เอาไงดีอ่ะ...ร้องไห้ใหญ่แล้วอ่า...” นักโทษชายร่างท้วมสมบูรณ์พูดขึ้น
ขณะจ้องมองไปยังร่างเล็กที่นั่งร้องไห้อย่างน่าสงสาร ชินดงเบะปากทำท่าจะร้องไห้ตามอยู่รอมร่อ แต่ถูกคยูฮยอนกระทุ้งศอกเข้าที่แขนอวบเป็นเชิงบอกให้เก็บอาการเหมือนเด็กๆนั่นไว้ มันน่าอาย...
“ดงเฮ..มึงอุ้มไอ้หน้าหวานนี่
แล้วเดินตามกูมา พวกมึงด้วย...” ซีวอนหันไปบอกดงเฮ
รวมถึงบอกอีกสามคนให้เดินตามตนมา...เมื่อเข้าใจความหมายดงเฮจึงช้อนร่างบางขึ้นมาอย่างง่ายดาย แม้ในตอนแรกคนตัวเล็กจะออกแรงขัดขืนอยู่บ้าง แต่แล้วก็สิ้นฤทธิ์
เพราะเรี่ยวแรงที่หลงเหลือเพียงน้อยนิด ทั้งยังเหนื่อยล้าเหลือเกินกับเหตุการณ์เมื่อคืน
ส่งผลให้จุนซูสลบไสลคาอกอุ่นอย่างช่วยไม่ได้...
“โห..ท่าทางไอ้แจจุงมันจะเล่นหนักว่ะ...ดูจากสภาพแล้ว
น่าสงสารชิบเป๋ง พวกมึงว่าไง...จะปล้ำลงหรอวะ?” อึนฮยอกเดินมาสมทบกับดงเฮ เมื่อยามมองดูคนในอ้อมแขนของเพื่อนสนิท
ก็รู้สึกสงสารจับใจ...
“คงไม่แล้วว่ะ...หมดอารมณ์...แต่รอให้เจ้านี่ตื่นขึ้นมาก่อน
อยากถามอะไรสักหน่อย”
ซีวอนเดินนำอีกสี่คน จนมาหยุดอยู่มุมเดิม
มุมที่เคยลากนักโทษหน้าใหม่อย่างคิมจุนซูมาข่มขืน
แต่กระนั้นก็ทำไม่สำเร็จ...ครั้งนี้ก็รอเพียงให้เจ้าตัวฟื้นขึ้นมา
เพื่อถามอะไรบางอย่าง..แล้วจะปล่อยไป
จนเวลาล่วงเลยผ่านมาราวสามชั่วโมงเต็ม
ชินดงได้รับมอบหมายให้นั่งเฝ้าจนกว่าจุนซูจะตื่น หากแต่ว่าในเวลานี้นักโทษชายร่างท้วมสมบูรณณ์ได้แปรเปลี่ยนจากนั่งเป็นนอนเฝ้าแทน
คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกตัว
ค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อยล้า เขาเหลือบตามองสำรวจเรือนกาย เสื้อผ้าก็ยังอยู่ครบ ทั้งร่องรอยการถูกกระทำ ก็ยังคงเป็นรอยเดิม ไม่ๆได้ทิ้งร่องรอยใหม่ให้หมองใจ...หรือเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน...แท้ที่จริงแล้วที่เขาจะโดนรุมโทรมมันไม่ได้เป็นเรื่องจริง....เขากำลังสับสน
แต่เมื่อเสมองคนข้างๆที่นั่งหลับสัปหงก
ซ้ำยังนอนกรนเสียงดังนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา…
เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดอะไรและนิ่งเฉยอยู่แบบนี้..นี่เป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะออกไปจากที่ตรงนี้โดยไว ไม่รอช้าร่างเล็กค่อยๆลุกขึ้น
ลำพังจะทรงตัวให้ยืนอยู่ก็แทบจะไม่ไหว
นี่ยังต้องเดินไปข้างหน้า
ซ้ำยังจะต้องระมัดระวังไม่ให้ปลายเท้าสัมผัสพื้นจนเสียงดังมากเกินไป...พยายามเดินให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้...เดี๋ยวอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว
เมื่อเห็นว่าพ้นจากที่ตรงนั้นมาพอสมควร
จุนซูจึงเร่งฝีเท้าจากค่อยๆเดินเป็นวิ่งไปข้างหน้าในที่สุด
เพราะใจที่ยังคงพะว้าพะวงจึงคอยเสหันไปมองข้างหลังตลอดเวลา
เพราะมัวแต่ห่วงหลัง..คนตัวเล็กเลยไม่คาดคิดว่าข้างหน้าอาจจะอันตรายกว่า...
“โอ๊ะ!”
ร่างทั้งร่างปะทะเข้ากับร่างหนาและอยู่ในอ้อมกอดของคนร่างสูงในที่สุด
จุนซูพยายามดิ้น
เมื่อคิดว่าคนข้างหน้าอาจจะเป็นคิมแจจุง
“ปล่อยนะแจจุง ฮึ่กก.. ไอ้เลว!”
จุนซูสบถด่าออกมาด้วยความคับแค้นใจ...ยังมีหน้ามาเดินลอยหน้าลอยตาแถวนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าคงจะออกมาดูสภาพที่น่าอับอายของเขาสินะ
เสียใจด้วย...บังเอิญว่าไม่ได้เป็นดั่งที่นายคิดไว้...เขามั่นใจว่าตัวองไม่ได้โดนรุมโทรมอย่างแน่นอน...จะผิดไหม
หากในใจยังมีอีกแง่นึงที่คิดเข้าข้างตัวเอง
ว่าคนใจร้าย...อาจจะออกมาช่วยเขา...
“นี่ท่าทางจะแค้นฝังหุ่นไอ้แจจุงมันมากสินะ..บังเอิญว่าฉันไม่ใช่มัน ไม่ต้องกลัวพวกเราหรอก...และหยุดดิ้นได้แล้ว” น้ำเสียงคุ้นหูแต่ไม่เคยจำขึ้นใจได้เท่ากับเสียงของอีกคน
ไม่ใช่น้ำเสียงเย้ยหยันที่คอยตะคอกดุดัน..ไม่ใช่เสียงของแจจุง
กว่าใบหน้าหวานจะแหงนขึ้นมองก็ถูกคนร่างสูงช้อนร่างบางขึ้นมาพาดบ่าเหมือนไร้น้ำหนัก กว่าจะได้รับอิสระอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองได้มายืนตรงจุดๆเดิม...สิ่งที่สายตาเขามองเห็นไม่ได้มีแต่นักโทษชายทั้งห้าคน...แต่เพิ่มจากห้าเป็นสิบเลยต่างหาก...
จุนซูกำหมัดแน่น..นี่กะฆ่าเขาทางอ้อมเลยใช่มั้ย? ทุกอณูในร่างกายก็ล้วนแต่มีร่องรอยที่โดนกระทำทารุณ แม้รอยบาปอาจดูจางลง...แต่รอยช้ำในหัวใจยังคงไม่จืดจาง...
อึนฮยอกเดินเข้าไปใกล้ร่างกลมที่นอนแผ่หลาตัวอืด ใช้ปลายเท้าสะกิดเข้าที่ต้นขาอวบราวกับเขี่ยอะไรสักอย่าง...ชินดงงัวเงียคล้ายทำท่าจะตื่นขึ้นมาแต่ก็ยังคงหลับอยู่แบบนั้นไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบข้างแม้แต่น้อย...แต่ก็ช่างเถอะ
“อย่าทำท่าเหมือนอยากตายแบบนั้นได้มั้ย? ก็บอกไปแล้วว่าไม่ต้องกลัว...ที่ลากมาครั้งนี้ไม่ได้เอามาข่มขืน สภาพนี้ทำไม่ลงหรอก”
เมื่อเห็นร่างเล็กยืนตัวซีด
เหงื่อไหลซึมช่วงขมับบ่งบอกถึงอาการหวาดกลัวพวกเขา ซีวอนจึงเอ่ยออกไปแบบนั้น
คนตัวเล็กจึงใช้สายตามองมาราวกับตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงพาเขามาที่นี่อีก..แทนที่จะพาไปส่งที่ห้อง..ของแจจุง
“รู้จัก
คิมอึนยองมั้ย” จุนซูสะดุ้งเล็กน้อยเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเจอคำถามนี้เข้า..คำถามนี้มีนัยอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า? หากตอบไปว่ารู้จักและเป็นแม่เลี้ยงของเขา จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
ตนก็ไม่อาจคาดเดาได้...แต่คิดว่าคงไม่ดีแน่ หากตอบไปว่ารู้จัก
“หึ!
ฉ..ฉันไม่รู้จัก..ทำไมหรอ?” จุนซูปฏิเสธ
พยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้คนพวกนี้จับได้ว่าเขาพูดเท็จ ร่างบางก็ดูเหมือนถูกบีบให้เล็กลงเมื่ออยู่ท่ามกลางคนร่างสูงประมาณสิบคน
“ไม่รู้จักมันก็ดี..ไปเถอะ..คงจะกลับห้องไอ้แจจุงมันถูกนะ พวกฉันขี้เกียจไปส่ง”
ว่าแล้วจะต้องมีอะไรแน่ๆ...คิมอึนยองแม่เลี้ยงของเขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับคนพวกนี้...จากสีหน้าดูจะเกลียดชังเคียดแค้นเมื่อยามพูดชื่อของแม่เลี้ยงเขา..ใจก็อยากจะเอ่ยปากถามออกไปว่ามันเรื่องอะไรกัน...แต่หากเอ่ยถามออกไปก็กลัวจะสร้างความไม่พอใจ
เดี๋ยวจะหาว่าเซ้าซี้แล้วพานไม่ปล่อยเขาไป..ปิดปากเงียบ แล้วเดินออกไปเงียบๆจะดีกว่า.
แม้ในใจจะยินดีที่ได้รับอิสระอีกครั้ง
ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกดีใจหรือรู้สึกอะไรสักนิด...เหมือนหัวใจมันตายด้าน รู้สึกชินและชาไปเสียแล้ว
“เดี๋ยว!” ร่างเล็กชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างหลังเหมือนสั่งให้ตนหยุดเดิน
“โดนคดีอะไรมา” นักโทษหนึ่งในสิบคนนั้นเอ่ยถามขึ้น
ซึ่งทุกคนก็ดูเหมือนจะอยากรู้คำตอบจากปากคนตัวเล็กเสียเหลือเกิน...
“ฆ่าคนตาย”
ใบหน้าหวานหันหลังมาตอบพร้อมทั้งหันหน้ากลับไปตามเดิน...จะก้าวไปข้างหน้า แต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังตามหลังมา มันน่าขำตรงไหนกัน..อยากจะรู้เหลือเกิน
“ที่เห็นพวกฉันติดคุกเพราะโดนข้อหาพยายามฆ่า...แล้วเพื่อนที่ไหนกัน ที่จะพยายามฆ่าเพื่อนรักของตัวเอง...ก็แค่แพะฝูงเบ้อเร่อ...นายก็คงไม่ต่างกับพวกฉันหรอก...ก็มีแต่คนโง่อย่างไอ้ตำรวจงี่เง่าพวกนี้ที่ดูไม่ออก..”
แปลกนะ..ทำไมคนที่ดูเลวๆ
กลับมองออกว่าเขาไม่ได้ฆ่าคนตาย..ผิดกับคนดีๆอย่างแม่เลี้ยงของเขาและตำรวจที่มองไม่ออกว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ โลกนี้ช่าง..ไร้ความยุติธรรมเสียจริงๆ
ในที่สุดร่างน้อยก็พาตัวเองเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของคนใจร้ายจนได้...ในตอนนี้ผู้คุมหายไปไหนหมด...จะมีแค่เพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หน้าห้อง แต่เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองเห็นเขา ก็ละความสนใจจากหนังสือพิมพ์ พร้อมกับรอยยิ้มส่งมาที่ทำให้หัวใจเขารู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน
“นี่ก็เย็นแล้ว ไม่สบายอยู่นายควรจะพักผ่อนนะจุนซู...มัวไปเดินเล่นแบบนี้
เดี๋ยวก็ไม่หายกันพอดี” ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกห่วงใยคนๆนี้นัก
ก็แค่นักโทษคนหนึ่งที่เขาไม่ควรให้ความสนใจขนาดนี้...มันไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเลยสักนิด
“ผมว่าจะเข้าไปนอนแล้วล่ะครับ...คุณยูชอนมาที่นี่มีอะไรเหรอ?’’
“ไม่มีอะไรหรอก...ฉันไปล่ะ”
ใครว่าไม่มี...ทั้งที่วันนี้ที่นี่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง...เวลาใกล้พลบค่ำนี้
เขาควรที่จะกลับบ้านได้แล้ว...แต่ทำไมเขาถึงพาตัวเองมาที่นี่กัน...
จุนซูมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปจนลับตา...ความรู้สึกเหงาเกาะกุมขั้วหัวใจเขาโดยพลัน เมื่อเพื่อนที่ดีคนหนึ่งได้เกินจากเขาไปแล้ว
ที่เหลือนี้คืออะไร...เขาเหลือบตามองประตูตรงหน้า
เบื้องหลังประตูบานนี้มันคือนรกดีๆนี่เอง...
จุนซูยืนถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไป...สายตาเรียวเล็กกวาดมองทั่วห้อง
แต่แล้วก็มาสะดุดอยู่ตรงเตียงมุมห้อง...เตียงที่เปรียบเสมือนเครื่องลงทัณฑ์ที่ทรมานเขาอย่างทารุณ
ซาตานตัวร้ายที่จับเขามาลงโทษโดยที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไร
ในตอนนี้กลับมานอนทอดกายสบายใจอยู่บนเตียงนั้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร...น่าเอามีดมาผ่าเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายคว้านเอาก้อนเนื้อตรงนั้นออกมาเสียจริงๆ
จะได้กลายเป็นคนที่ไร้หัวใจโดยสมบูรณ์...หากไม่มีหัวใจ นายคงไม่ตายหรอกมั้ง...
ไม่ควรจะเรียกว่าหัวใจด้วยซ้ำ..หากให้เหมาะให้ควร
น่าจะเรียกเนื้องอกที่หน้าอกด้านซ้ายเสียมากกว่า
ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ซาตานที่ในตอนนี้ยังไม่สยายปีกสีดำแห่งความชั่วร้ายออกมา ตอนหลับอยู่ก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร อย่าได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเลย...มันคนละคน
“ใจคอยังจะหลับลงอีกนะ...นายนี่มัน..น่าจะตายๆไปซะ”
ไม่พูดเปล่า... แขนเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นพลางเงื้อมือจะตรงเข้าบีบคอคนที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่อง สายตาเรียวเล็กมีแต่ความเครียดแค้นชิงชังคนตรงหน้าเหลือทน อยากจะบีบคอให้ตายๆไปเสียตอนนี้ แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิดเท่านั้น...หากทำจริงๆ
แล้วคนใจร้ายยังหลับไม่สนิท
เป็นเขานั่นแหละ ที่จะตายเสียเอง
ที่ทำมือจะบีบคอเพื่อเป็นการทำท่าประกอบกับความคิดเท่านั้น...
จุนซูจะชักมือหนี แต่ดันถูกมือใหญ่จับข้อมือเล็กนั้นไว้แน่น
จนร่างบอบบางถึงกับสะดุ้งเฮือก... เปลือกตาคมค่อยๆลืมขึ้น พร้อมจ้องมองคนที่กำลังตกใจสุดขีดอย่างคาดโทษ
“ทำอะไร..จะฆ่าฉันหรอไง ฮึ..”
โล่งอกไปทีน้า ที่เหล่าลิงไม่ทำอะไรจุน ฮ่าๆ
ตอบลบสงสัยมีอะไรเเค้นฝังหุ่นเเม่เลี้ยงจุนเเน่เลย
เเต่เหล่าลิงเเอบน่ารักอ่ะ ฮ่าๆ เป็นคนดีใช้ได้เลย
คนอื่นเค้าดีเเล้ว มีเเต่พี่เเจเเหละ ปรับปรุงตัวด่วนๆ เลย~
เฮ่อออ..~~ เป็นฟิคที่ลุ้นจริงๆ
ตอบลบเก๊าสงสารจุนซูนะเว้ยยย TTOTT