วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Wanted [chapter 6]



 Wanted [chapter 6]

เวลาเที่ยงวัน..

ป่านนี้ยังไม่ออกมาอีก...ตายหรือยังไงนะ...

นั่นคือคำถามแรกในหัวสมองของเขา...ครึ่งค่อนวันมาแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าใครอีกคนที่นอนซมอยู่ในห้องจะออกมาเสียที...ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรหรอก..กลัวจะตายอยู่ในห้องเสียมากกว่า...

 แจจุงพาร่างตัวเองเดินไปที่ห้องของตน...หลังจากหาอะไรตกถึงท้อง ให้อยู่รอดไปอีกวัน อาหารก็มีแต่เดิมๆ  ไม่รู้จักปรับเปลี่ยนซะบ้าง...บางวันแทบกินไม่ได้...เหล่านักโทษต่างรู้สึกขยาด  แต่หากไม่กินก็อด  แห้งตายไปในคุก ก็คงไม่มีใครสนใจหรอก...

แล้วนักโทษหน้าใหม่อย่างคิมจุนซูล่ะ..คุณหนูซะขนาดนั้น...ทั้งยังอ่อนต่อโลกเสียเหลือเกิน  หวังว่าคง..ไม่ กระแดะถึงขนาดไม่ยอมกินอะไรที่นี่หรอกนะ...

ร่างสูงโปร่งเปิดประตูเข้าไป ตั้งใจจะมาบอกคนในห้องให้ออกไปกินอะไรก่อนที่จะอดตายอยู่ในนี้...สิ่งที่ปรากฏอยู่บนเตียงเขา..ทำให้ใจได้คิดไปเองเสียแล้ว  ว่าคงไม่ต้องเรียกให้ไปกินอะไร...ท่าทางคงจะอิ่มหนำสำราญอยู่บนเตียงกับใครอีกคน  เมื่อคืนสงสัยคงยังไม่ อิ่มพอหรือยังไง...ถึงได้ให้ยูชอนเข้ามา กินเศษกินเลยของเหลือจากเขา

คนทั้งสองที่นั่งอยู่บนเตียงรีบผละออกจากกัน..เมื่อเห็นใครอีกคนเปิดประตูเข้ามา

   เพียงแค่เห็นหน้า...ก็แทบอยากจะกลั้นใจตายไปเสียตอนนี้  ทั้งยังคำพูดเสียดแทงเพียงสองประโยคจากคนที่เพิ่งเข้ามาช่างดูถูกเหยียดหยามเขายิ่งนัก...ปากคอเราะร้าย  จิตใจต่ำทรามเท่านั้นถึงคิดแบบนั้นได้...

เอ่อ..คุณยูชอนออกไปก่อนเถอะครับ  พอดี สัตว์นรกมันเข้ามาแล้ว...คุณไม่ควรอยู่ที่นี่  เดี๋ยวจะสกปรกเสียเปล่าๆ

ยูชอนอึ้งที่จุนซูกล้าพูดแบบนั้น...ดูจากสีหน้าของแจจุงในตอนนี้แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

อ้อเหรอ...ตราบใดที่นายยังอยู่ในคุกนี้ ..นายก็คือ สัตว์นรกเหมือนกันนั่นแหละ  คิมจุนซู  เรามันพวกเดียวกันไม่ใช่หรอกเหรอ.. ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่คนใจร้ายได้เปิดปากพูด...แต่ละประโยคหากไม่ทำให้เขาเจ็บแสบ  คงไม่ใช่ คิมแจจุง..

นายพูดแรงเกินไปแล้วนะแจจุง..แล้วอีกอย่าง  มันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดไว้ด้วย  จุนซูจะลุกไปเข้าห้องน้ำ พอดีเสียหลักฉันก็เลยรับไว้...

ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย...จะร้อนตัวไปทำไมกัน  หากอยากทำอะไรอย่างว่า ก็ประกันตัวเจ้าเด็กนี่ออกไปสิ  แล้วพากันไปนอนในโรงแรมไม่ดีกว่าหรอ  ตำรวจที่รักษาเกียรติยิ่งชีพอย่างนาย  จู่ๆนึกคึกอยากมาเอานักโทษในคุกเนี่ยนะ..หึ

หากเขาใจร้อน  เรื่องคงไม่จบ..จึงได้แต่ปิดปากเงียบ  พร้อมกับเป็นเดินฝ่ายจากไปเอง...ในใจก็อดนึกเป็นห่วงคนตัวเล็กไม่ได้...ที่อยู่ในห้องเพียงลำพังกับแจจุงแค่สองคน  ไม่รู้จะเจอดีอะไรอีกหรือเปล่า...แต่เขาก็มีงานต้องสะสาง  คดีใหม่ก็เข้ามาอีกแล้ว...ช้าไม่ได้

ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามานั่งยังปลายเตียงเมื่อเห็นยูชอนออกไปแล้ว...สายตาเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วหันไปสูบบุหรี่ต่อ  ราวกับจุนซูเป็นอากาศธาตุ...ไร้ตัวตน....สูบเข้าไปเหอะ  สูบจนตายๆไปเลยยิ่งดี

จุนซูทำท่าจะลุกออกไป ยังไม่ทันไรก็ถูกแจจุงดึงเข้ามา จนร่างบอบบางนั่งอยู่บนตักแกร่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

เหมือนจำลองเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่มีผิด..เพียงแต่คนตรงหน้านั้น  สันดานไม่เหมือนกัน  ต่างกันลิบลับ

ใช้มารยาแบบนี้นี่เอง...ฉลาดนะ..ท่าทางอยากจะออกจากคุกจนตัวสั่น หึๆกับยูชอนเขาเสียหลัก แต่คนๆนี้จงใจดึงเขาแท้ๆ ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก 

 จุนซูพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแรง เขาขี้เกียจเถียงและสนทนากับคนๆนี้เต็มทน...ไม่รู้จะเจออะไรอีกหรือเปล่า  เขาเหนื่อยแล้ว..เหนื่อยเหลือเกิน


ระรื่นเหมือนเพิ่งได้น้ำมาเลยนะ...หรือเมื่อคืนคอแห้ง..ที่ฉันไม่ได้ให้น้ำนายกิน..เลยไปขอให้ไอ้ตำรวจนั่นมันให้น้ำแทนฉัน  หืม..น้ำอะไร  เขาไม่เข้าใจ  แต่ในความหมายคงไม่ดีหรอกใช่มั้ย?

ประโยคนี้ไม่เท่าไหร่หรอก ประโยคต่อไปแทบจะเสียการทรงตัว

เห็นใสซื่อแบบนี้...ที่แท้ก็ ร่านเหมือนกันนี่  เหมือนมีเสี้ยนหนามมาทิ่มตำหัวใจดวงน้อยๆ  จนเจ็บแสบกับคำพูดนั้น...การกระทำที่หยาบโลนบวกกับคำพูดที่จงใจให้เขารู้สึกแย่  ...หัวใจของคนๆนี้ทำด้วยกระดาษทรายหรืออย่างไรกัน...ทำไมถึงได้หยาบขนาดนี้ ...

ปล่อยนะ! ถ้าฉันร่าน  นายก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ปล่อย!”  ใบหน้าหวานเสหันหนี  ไม่อยากให้ใบหน้าตนชิดใกล้กับคนใจร้ายมากเกินไป...หลบแค่ไหนก็ไม่พ้น  เมื่อใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าใกล้  กดปลายจมูกโด่งเป็นสันชิดใบหูนิ่ม ทั้งยังกระซิบอะไรบางอย่างที่จุนซูไม่อยากฟัง...

บังเอิญว่าฉันชอบคน ร่านๆ ซะด้วยสิ หึๆ..

อยากจะรู้เหลือเกินว่าร่านแค่ไหน...พิสูจน์ให้ดูหน่อยแล้วกัน  เวลาเจอฝูงผู้ชาย คนร่านๆเขาชอบวิ่งเข้าใส่...อยากรู้ว่านายจะเป็นแบบนั้นรึเปล่าๆ หึๆ  ไม่ว่าเปล่า  ยังลากคนตัวเล็กออกมานอกห้อง...พร้อมทั้งเดินตรงไปที่เรือนจำ เหล่าผู้คุมมากมายกำลังควบคุมพฤติกรรมของเหล่านักโทษ   ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็โดนคนร่างใหญ่ซ้อมเกือบปางตาย  โหดร้ายไม่ปราณี...ความกลัวเริ่มถาโถมเข้าที่ใจของคนตัวเล็กอีกครั้งเมื่อเห็นภาพตรงหน้า..
ปล่อยนะ..ฮี่ก! นายจะทำอะไร!’’ จุนซูพยายามสะบัดข้อมือออกจากฝ่ามือใหญ่ แต่กลับถูกบีบแรงๆจนข้อมือเขียวช้ำเมื่อยามขัดขืน..เขาเจ็บไปหมดแล้ว

สายตาเรียวเล็กเหลือบเห็นนักโทษทั้งห้า คือคนพวกนั้นที่จะข่มขืนเขาในวันแรก...ลางสังหรณ์เริ่มรับรู้ถึงความอัมหิต  เริ่มได้กลิ่นไม่ดีแล้วด้วยสิ...
.
.
.
ที่สนามบินอินชอน

   เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ชีวิตที่เคยสุขสบาย กลับต้องมาวิ่งหนีการตามล่าจากซึงฮยอนที่ส่งลูกน้องให้มาพาตัวเขากลับไปให้ได้  กว่าจะมายืน ณ จุดๆนี้ ต้องหลบซ่อน จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี  ยังดีที่มีจินกิคอยอยู่เคียงข้างเขา  วิ่งหัวซุกหัวซุนมาด้วยกัน...แต่เขากลับเห็นเป็นเรื่องสนุกไปเสียแล้ว

คิดดีแล้วเหรอ...ที่จะไปญี่ปุ่นน่ะ...หากพวกนั้นเช็คไฟท์บินของพวกเราเข้า  ก็ซวยอีกนั่นแหละ  เด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยแววตากังวล  หากหนีให้ตายคงไม่พ้น  ก็รู้กันอยู่ว่าซึงฮยอนนั้นกว้างขวางมากแค่ไหน ไม่ว่าจะหลบไปที่แห่งใดก็เจอพวกของซึงฮยอนแทบทั้งนั้น  เสมือนกับเครือข่ายที่ครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ไม่มีผิด...เขามืดแปดด้านไปหมดแล้ว

นั่นสินะ..แต่ยังไงซะ  พวกเราก็มีพาสปอร์ตแล้วนะ...อีกอย่าง..ฉันอยากไปเที่ยวด้วยอ่ะ แหะๆ

นายยังมีกะจิตกะใจอยากจะไปเที่ยวอีกหรอแทมิน...ไม่เห็นนายจะรู้ร้อนรู้หนาวบ้างเลยนะ  ยังระรื่นอยู่ได้  วิ่งหนีการตามล่านะ  ไม่ใช่มาเล่นวิ่งไล่จับ  มือใหญ่ผลักหัวกลมมนไปหนึ่งที แทมินถึงกับเซไปตามแรงผลัก

 คนทั้งสองที่กำลังหยอกล้อกันสนุกสนาน กับชะงักค้างเหมือนถูกสตาฟไว้กับที่ เมื่อได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น

เมื่อวานเพิ่งแต่งงานกับพี่ซึงฮยอน...วันนี้กลับจะไปเที่ยวกับชายอื่น  นายนี่ ไม่เบาเลยนะ..แทมินคีย์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนทั้งสอง  มินโฮจำต้องเดินตามคีย์มาอย่างไม่เต็มใจนัก...

  คีย์สวมแว่นกันแดดสีดำเพื่ออำพรางใบหน้า สวมหมวกปิดหน้าปิดตา..  หิ้วกระเป๋าใบโตรวมถึงของอะไรต่อมิอะไรพะรุงพะรังไปหมด  ไม่วายของเหล่านั้นยังให้คนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ถือเสียด้วยสิ  จะย้ายไปอยู่ประเทศไหนถาวรหรือเปล่าเนี่ย... แต่งตัวมาซะขนาดนี้คงไม่อยากให้ใครจำตัวเองได้ล่ะสิ...กลัวนักข่าวจะแห่กันมา  เมื่อเห็นลูกคนเล็กตระกูลคิมยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ใครก็ต่างเข้าใจว่าพี่จุนซูร้ายถึงขนาดฆ่าน้องชายตัวเอง  อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะคีย์  ว่านายน่ะ..มันอสรพิษชัดๆ

นายก็..ไม่เบาเหมือนกันนี่  อุตส่าห์วางแผนซะดิบดี เพื่อให้พี่จุนซูติดคุก...แล้วคิมคิบอมตายไปแล้วไม่ใช่หรอ..เอ๊ะ! ทำไมยังมายืนหน้าสลอนอยู่ตรงนี้ได้...สงสัยคงจะเป็นพวกสังพเวสีล่ะมั้ง มากลางวันแสกๆเชียว   จินกิที่ยืนฟังถ้อยคำเสียดสีของคนรักก็ถึงกับหลุดขำออกมา...แต่ต้องเก็บอาการไว้เมื่อเห็นคีย์หันมาตีหน้ายักษ์ใส่

นี่นาย! ถ้ายังจะปากดีอย่างนี้อีก ฉันสั่งเก็บนายแน่  อ้อ! ทำตัวให้มันเหมือนกับหน้าตาที่ใสซื่อหน่อยล่ะ...กลับไปหาสามีตัวจริงของนายซะ...อย่ามัวมาร่อนอยู่กับผู้ชายอื่น..ว่าแล้วก็เชิดหน้าหนีพร้อมควงแขนแกร่งของคนร่างสูงพลางรั้งให้เดินตามตนมา  มินโฮจำต้องเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้  คนอะไร..ทั้งร้ายและเอาแต่ใจ  เกลียด...แต่ก็หนีไม่พ้น

    คีย์นั้นยังไม่รู้  ว่าซึงฮยอนส่งคนมาตามหาแทมินให้วุ่น...เพราะวันๆมัวแต่ตามมินโฮไปทุกที่ไม่ยอมให้คลาดสายตา...ทำให้แทมินและจินกิถึงกับใจชื้นที่คีย์ไม่เอ่ยถามพวกเขาที่พากันหนีออกมา..หากคีย์รู้ป่านนี้คงโทรเรียกให้คนมาลากตัวเขากลับไปในนรกนั่นอีก

แล้วนี่..นายกับมินโฮจะไปไหนลองถามเพื่อหยั่งเชิง  คงจะไม่ไปที่เดียวกับเขาหรอกมั้ง..

ไปญี่ปุ่นน่ะแทมิน...พอดีโดนบังคับ มินโฮหันหลังกลับมาตอบอย่างเบื่อหน่ายเต็มทน...ไม่ได้สนใจว่าในตอนนี้คีย์จะมีสีหน้าเช่นไร..แน่นอน  ว่าคีย์ไม่ชอบใจกับคำพูดของมินโฮเมื่อครู่  มันเหมือนกับหักหน้ากันชัดๆ...

ร่างเพรียวบางรีบดึงคนร่างสูงให้หยุดเสวนากับเด็กอมมือเสียที   อีกไม่กี่อึดใจก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว...คราวนี้ล่ะ เขาจะได้ไปมีความสุขที่ญี่ปุ่นกับมินโฮเสียที  แม้อีกคนจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นก็ตาม..แต่ใครจะสนล่ะ...ในเมื่อมินโฮอยู่ในกำมือเขาแล้ว...เรื่องอะไรจะปล่อยให้หลุดลอยไปง่ายๆ  ไม่มีทางซะหรอก..

  แทมินและจินกิยืนมองแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เพิ่งเดินจากไป..พลางนึกในใจสงสัยคงต้องทิ้งพาสปอร์ตเสียแล้ว...ดันไปที่เดียวกันซะได้  ขืนพวกเขาไปญี่ปุ่น คีย์คงรู้เรื่องราวทั้งหมดเข้าสักวันแล้วส่งคนมาตามตัวเขาให้กลับมาอีก...ไม่เสี่ยงดีกว่า

จินกิ..ทำไงดีล่ะ  สงสัยพวกเราคงไปญี่ปุ่นไม่ได้แล้วล่ะ...โชคดีที่เรายังมีเงินติดตัวกันมาเยอะพอสมควร...ฉันว่า..คงต้องยกเลิกแล้วล่ะ  ไปที่โน่นคงไม่ปลอดภัยแน่ๆ

อยู่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยหรอก  ทางที่ดีตอนนี้เราหาที่หลบซ่อนกันก่อน  แล้วค่อยมาคิดอีกทีว่าจะหลบหนีไปประเทศไหน  ที่มันพอจะปลอดภัยสำหรับพวกเรา









.
.
.
.

  นักโทษชายทั้งห้าเมื่อเห็นแจจุงก็เกิดอาการหวาดกลัวไม่น้อย...จะมาหาเรื่องกันหรือเปล่า พวกเขาก็ไม่อาจทราบได้..แต่จะลากนักโทษหน้าหวานที่เมื่อวันวานจะโดนพวกเขาข่มขืนมาทำไม....น่าสงสัยนัก

ปล่อยฉันนะคนเลว จะทำอะไร ฮึ่ก!”  น้ำเสียงสั่นพร่าปนสะอื้นไห้หากใครเห็นเข้าคงจะสงสารคนตัวเล็กไม่น้อย ยิ่งเนื้อตัวสะบักสะบอม สีหน้าซีดเผือด แถมร่องรอยฟกช้ำจากการกระทำป่าเถื่อนของคนข้างๆ  ช่างน่าเวทนาต่อสายตาของใครหลายๆคน  แต่ทว่าในคุกนี้  ใครเล่า จะสงสารและเห็นใจ...มีแต่จะคอยซ้ำเติมกันเสียมากกว่า   

เหล่าผู้คุมที่ว่าใหญ่และโหดที่สุดในเรือนจำ...ทว่าเมื่อยามเห็นแจจุงก็เกิดอาการหวั่นๆไม่น้อย จนแจจุงถึงกับแสยะยิ้ม...ขี้กลัวแบบนี้ ควรจะหางานใหม่ทำได้แล้วล่ะมั้ง...ยังมีหน้ามาควบคุมนักโทษ..สักวัน ไม่ช้าก็เร็ว คงมีข่าว นักโทษชายได้แหกคุกกันบ้างล่ะ

ยังดีที่ไอ้นักโทษสวะพวกนี้มันยังกลัว...แต่กับเขา...จะให้กลัวไอ้เหล่าผู้คุมปัญญาอ่อนพวกนี้เนี่ยนะ..ไม่มีวันซะหรอก

บางทีมัวแต่อุดอู้อยู่ในห้อง  ก็กลัวนายจะเฉาตายไปซะก่อน...

งั้นลองแบบหมู่ดูมั้ยล่ะ?  หวังว่าคงจะถูกใจนะ..ขอให้โชคดี

นี่นาย...อย่าบอกนะที่พาฉันมานี่เพราะ...ฮืออ..ขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ฮึ่ก ร่างบางเริ่มกระจ่างในคำพูดของแจจุงที่ส่อเจตนารมณ์ไปในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ และไม่อยากให้เกิดขึ้น...  จุนซูร้องไห้อ้อนวอนคนตรงหน้าพลางเหนี่ยวรั้งแขนแกร่งไว้  ทีแบบนี้จะมาขอร้องอ้อนวอน  ทีเมื่อคืนเห็นยังทำปากเก่งอยู่เลยนี่...

แจจุงไม่ได้สนถ้อยคำร้องขอ.. ไม่ได้มองสีหน้าเว้าวอนอย่างน่าสงสารของคนตัวเล็กเลยสักนิด...แต่กลับเอ่ยประโยคอะไรบางอย่าง  ที่นักโทษชายทั้งห้าถึงกับยิ้มกริ่ม..

พอดีแวะเอาของเหลือมาให้...วันนั้นคงจะหงุดหงิดมากเลยสิ..งั้น...พวกแกไปจัดการต่อให้เสร็จแล้วกัน

ถ้าเสร็จแล้ว...พาเจ้านี่มาส่งที่ห้องฉันด้วยล่ะ...ขอให้สนุก..


ณต่เดิมๆยังไม่มีวี่แววว่าใครอีกคนที่นอนซมอยู่ในห้องจะออกมาเสียที...

1 ความคิดเห็น:

  1. คจจ!!!นายมันเลว!>[]<//

    (ด่าไปเลย พี่แกไม่รู้(สึก)หรอกกก =O=)

    ตอบลบ