วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Wanted [chapter 4 NC]



 Wanted [chapter 4 NC]

ร่างบอบบางพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแน่นหนา ที่ร่างแกร่งจับข้อมือตนทั้งสองข้างขรึงติดกำแพง  ยามเขาขัดขืนหรือดิ้นรน ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงบีบรัดที่ข้อมือเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบแตกหักคามือใหญ่  คนตัวเล็กนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บ...เหตุการณ์ในวันนี้มันยังคงตรอกย้ำในสมองไม่อาจลบเลือนจางหายไปได้ง่ายๆ...ยิ่งคนตรงหน้า มาทำกับเขาแบบนี้...จะให้ตนลืม..ได้อย่างไร...ในคุกนี้เขาคงไม่รอดพ้นจากคนใจร้ายเลยใช่มั้ย...

ปล่อยผมเถอะนะ ฮึ่ก..คุณช่วยผมไว้ คุณไม่ควรมาทำกับผมแบบนี้..” จุนซูจ้องมองสายตาคมอย่างไม่ลดละ  แต่เป็นการส่งสายตาวิงวอนให้คนตรงหน้าเห็นใจ...แต่สำหรับ คิมแจจุงนั้น คำว่าสงสาร ไม่เคยอยู่ในจิตใต้สำนึก แม้ในมโนความคิด...เขาก็ไม่เคยคิดที่จะเห็นใจใครง่ายๆเสียด้วยสิ...

ฉันช่วยนายไว้..นายก็ต้องตอบแทนไม่ใช่เหรอ..คิม จุน ซูเรียกชื่อเสียเต็มยศ นั่นเป็นการให้เกียรติหรือเปล่า... แต่คนตัวเล็กคิดว่าคงไม่ใช่...ตอบแทนแบบไหน  คนใจร้ายอยากได้สิ่งตอบแทนอะไรจากเขา...เขาสามารถให้ได้หมด...แต่ลืมไปแล้วหรอ คิมจุนซู ในที่แห่งนี้ เขามาแค่ตัวและหัวใจ  สิ่งตอบแทนจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจาก ตัวของเขา...

  ตัวของเขา ....ร่างกายของเขา ยังคงมีก้อนเนื้อติดตรึงไว้ในหน้าอกด้านซ้าย  หากพลัดพรากความบริสุทธิ์จากร่างกายของเขาไป นั่นเท่ากับหัวใจของเขาได้ถูกทำลายไปพร้อมๆกัน....

ร่างกายของเขา  รวมทั้งความบริสุทธิ์ที่เก็บรักษาไว้...เขายอมมอบไปพร้อมกับหัวใจ  ให้กับคนที่เขารักเท่านั้น...

แค่นอนกับฉัน...ไม่จำเป็นต้องคิดมากเลยนี่ 

ไม่เอา..ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำเสียงหวานหูเมื่อชั่วครู่แปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงตะคอกไร้หางเสียง...เมื่อขอร้องให้คนตรงหน้าเห็นใจไม่ได้..ที่เหลือเขาคงทำได้แค่เพียง...ปกป้องตัวเอง...

  ริมฝีปากได้รูปประทับรอยจูบไปทั่วซอกคอขาวเนียน..ทั้งยังขบเม้มหยอกล้อให้คนตัวเล็กเกิดอาการสั่นเล่นๆ หาได้สั่นสะท้านหรือวูบไหวในรสสัมผัส..หากแต่ว่าเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว...

  ลิ้นร้อนไล้เลียขึ้นมาจนถึงปลายคางสวย และลากไล้ขึ้นมาเรื่อยๆจนหยุดไว้ที่ริมฝีปากบาง ริมฝีปากได้รูปกดจูบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะถอนออกมา 

เอาไง...ที่ฉันถามน่ะ...แต่นายกลับบอกให้ฉันปล่อย... นั่นมันไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉันเสนอให้นายสักหน่อย

ฉันจะถามเป็นครั้งสุดท้าย...จะอยู่ที่นี่..หรือจะออกไปนอนนอกห้อง..” แจจุงเอ่ยถามเสียงเย็น...เขาคิดไว้ว่าจะถามเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ...ถามไปอย่างนั้นแหละ  เขาไม่ได้สนคำตอบจากปากของเจ้าเด็กนี่เลย...เพราะคำตอบที่เขาตั้งใจจะยัดเยียดให้คนตรงหน้า  มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น....คือมีอะไรกับเขา

 จุนซูยังคงนิ่งไม่ตอบอะไร..ดั่งถูกตรึงไว้กับที่จนไม่สามารถที่จะขยับกายขัดขืนไปไหนได้  ริมฝีปากเขามันสั่นเทาจนไม่สามารถที่จะพูดออกไป...เขายังคงตกใจกับสัมผัสเมื่อครู่ ความอุ่นร้อนยังคงฝังประทับไปทั่วซอกคอเขา รวมถึงริมฝีปากนี้....จูบแรกของเขา...

ไม่ตอบใช่มั้ย..แสดงว่านายเลือกแล้วสินะ.!” แจจุงดึงกระชากแขนเล็กให้เดินตามตนมายังหน้าประตู  พร้อมทั้งทำท่าจะเคาะประตูให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าอยู่นอกห้องให้เปิดออก แต่ถูกคนตัวเล็กรั้งแขนแกร่งไว้...เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ...อย่างน้อย..ก็คงไม่โดนกระทำย่ำยีจากเดนสังคมภายนอก   อย่างน้อย...แค่นอนกับคนๆนี้..คงไม่ต้องเจ็บปวดเท่าโดนข่มขืนหรือโดนรุมโทรมจากนักโทษเหล่านั้น...ต้องเลือก โดยที่ไม่เต็มใจ ...ฝืนเหนี่ยวรั้งพยายามพูดในสิ่งที่ใจไม่ต้องการเพื่อให้คำตอบกับนักโทษผู้นี้  ว่าเขา....

ผม.. ฮึ่ก..มีอะไรกับคุณก็ได้!”

   จุนซูไม่อาจรู้ได้ว่าคำพูดฆ่าตัวตายนั้นมันทำให้อีกฝ่ายมีสีหน้าเช่นไร...แจจุงที่หันหลังให้อีกฝ่ายค่อยๆคลายฝ่ามือตนออกจากข้อมือเล็ก...ริมฝีปากหล่อร้ายเหยียดยิ้มที่มุมปาก พร้อมทั้งค่อยๆหันมาด้วยสีหน้านิ่งเฉย   ความโหดเหี้ยม เย็นชา ฝังลึกไว้ในดวงตาสีดำสนิท...มันน่ากลัวจนคนตัวเล็กตัวสั่น...

ไปนอนบนเตียง..”

  ร่างบางยังคงยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก สายตาเรียวเล็กจับจ้องไปที่เตียงริมห้อง เขาต้องทำตามคำสั่งนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง....  แต่ขาเจ้ากรรมมันไม่ยอมก้าวออกไป

มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม...หรือไม่ชอบบนเตียง  หืม..” ร่างสูงโปร่งเดินเข้าหาร่างบอบบาง  พร้อมทั้งออกแรงเพียงเล็กน้อยเพื่อจับร่างเล็กให้ทิ้งตัวลงไปนอนราบกับพื้น  จุนซูพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ไม่เป็นผล เมื่ออยู่ใต้อาณัติของร่างแกร่ง...นั้นเท่ากับว่าในตอนนี้เขาได้อยู่ภายใต้การควบคุมของคนตรงหน้าทั้งหมด..เขาขาดอิสระโดยสิ้นเชิง...

   ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้อยู่บริเวณหน้าท้องแบนราบ พร้อมทั้งลากปลายนิ้วลงมาดึงขอบกางเกงให้ล่นลงถึงหัวเข่า แล้วจัดการถอดทิ้งวางไว้ข้างๆ  ส่วนเบื้องล่างเหลือเพียงซับในตัวบางที่ปกปิดส่วนหน้าอายนั้นไว้ คนตัวเล็กอยากจะเอ่ยปากร้องห้าม..แต่คงไม่มีสิทธิ์อีกต่อไป ได้แต่ปิดปากเงียบ ให้คนใจร้ายได้ทำตามใจของตัวเอง...

 ใบหน้าหล่อก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนเพื่อปลุกเร้า แต่นั่นก็ได้แค่กระตุ้นอารมณ์ของตนแค่ฝ่ายเดียว  ร่างบางไม่มีแม้แต่อาการตอบสนองสักนิด มีแต่เสียงท้วงเพียงแผ่วเบาดังอื้ออึง.. เหมือนพูดอยู่ในลำคอ

ผมยังไม่พร้อม.....วันหลังดะ.. อ๊ะ!”  ริมฝีปากได้รูปประกบปิดกลั้นเสียงท้วงห้ามที่ออกจากริมฝีปากบางด้วยความรำคาญ  รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็คงไม่รอด ยังจะมาอ้อนวอน ผัดวันไปอีก...โง่หรือเปล่า

ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปสำรวจโพรงปากหอมหวานอย่างง่ายดาย เมื่อกลีบปากบางเผยอออก...ร่างบอบบางดิ้นขลุกขลักอยู่ภายใต้ร่างแกร่งที่กดทับจนเขาไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้  ด้วยความรำคาญ แจจุงสวนหมัดเข้าที่หน้าท้องของคนร่างใต้ เพื่อสั่งสอนคนพยศ...ใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ น้ำตาใสไหลนองใบหน้า...แต่นั่นไม่ได้เรียกคะแนนสงสารให้แจจุงเห็นใจเลยสักนิด....

  ทั้งป่าเถื่อน ทั้งโรคจิต ทั้งซาดิส...เขามองผิดไป ที่คิดว่านักโทษผู้นี้จะเป็นคนดี...เขาคิดไว้ว่าคนเราดูที่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ คนๆนี้ก็เช่นกัน ภายนอกดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี...แต่ยังไม่อยากที่จะตัดสินเมื่อมองดูเผินๆ เพราะยังไงเขาก็ช่วยเราไว้...แต่ในตอนนี้เขาคิดได้แล้ว...ทั้งภายในและภายนอก...เลวไม่ต่างกัน

เขาเริ่มเกลียดคนๆนี้อย่างไม่มีข้อกังขาในหัวใจ...

เกลียดในความหมายของเขา...จะไม่มองคนๆนี้ในแง่ดีอีกต่อไป

จุนซูรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีเพียงน้อยนิด  ใช้เข่ากระทุ้งที่หน้าท้องแกร่งเต็มแรง  ริมฝีปากได้รูปละออกจากกลีบปากบาง  พร้อมทั้งง้างมือขึ้นตบใบหน้าหวานจนหน้าหัน

เพียะ!!

ชอบแบบซาดิสใช่มั้ย! เล่นถูกคนแล้วล่ะ!”

 ที่แก้มขวาปรากฏรอยแดงขึ้นเป็นริ้วๆเด่นชัด   เขาไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าจะโหดร้ายถึงเพียงนี้...มันรู้สึกชา..จนร้องไห้ไม่ออก...เจ็บเหลือเกิน...

ด้วยความโมโห ร่างแกร่งดึงกระชากร่างบอบบางที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักพร้อมทั้งอุ้มขึ้นมาแล้วโยนลงบนเตียง

ตุ่บ!!

โอ๊ย!”

ร่างแกร่งคลานขึ้นคร่อมคนตัวเล็ก  ไม่รอช้า มือใหญ่จัดการถอดซับในของร่างบางโยนลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ  แล้วจัดการถอดอาภรณ์เบื้องล่างของตนออกจนหมด  แจจุงจับคนตัวเล็กพลิกกายให้นอนคว่ำ พลางเอื้อมมือกดศีรษะมนให้ใบหน้าหวานกดลงไปกับหมอนนุ่ม  จุนซูแทบขาดอากาศหายใจ  รู้สึกเหมือนกำลังจะตายให้ได้...เขาคงจะจบชีวิตลงในคุกนี้ใช่มั้ย?

แฮ่กๆๆ..” เมื่อมือใหญ่ละออกจากศีรษะตน  ใบหน้าหวานจึงเงยขึ้นหอบหายใจถี่ พยายามสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด ก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจเสียก่อน

ร่างสูงโปร่งขึ้นคร่อมร่างบอบบางจากด้านหลัง พลางกระซิบกระซาบชิดใบหูของคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน


อย่าทำตัวให้มันน่ารำคาญนักได้มั้ย...ถ้าทำแบบนี้อีก ฉันไม่รับประกันว่าชีวิตของนายจะอยู่รอดต่อไปรึเปล่า..หึๆ

มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่นจบเกิดรอยยับด้วยความแค้นใจ เรี่ยวแรงเขาสู้คนๆนี้ไม่ได้เลย หากขัดขืนคราวนี้  เขาคงกลายเป็นศพอยู่ที่นี่เป็นแน่...

นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางด้านหลังสามนิ้วในคราเดียว ทั้งยังสวนเข้าออกแรงๆ ไม่ได้นึกถึงคนถูกกระทำว่าจะรู้สึกเช่นไร...ไม่ได้คำนึงว่าคนตัวเล็กจะเจ็บปวดสักแค่ไหน...เพราะเขานั้นไร้หัวใจ...

ฮืออๆๆ ฮึ่กก.. เจ็บ อ๊ะ! ฮึ่ก  เขารู้ดี หากร้องห้ามให้คนที่กำลังทำร้ายเขาให้หยุดกระทำเช่นนี้  คนใจร้ายคงไม่ยอมทำตาม...ร้องห้ามไปก็เปลืองแรงเปล่าๆ...

อยู่ในที่แห่งนี้ เขาคงไม่มีอะไรจะเสียแล้วสินะ...

 เมื่อช่องทางรักสีหวานฉ่ำชื้นแฉะเสมือนสิ่งหล่อลื่น  แจจุงจึงถอนนิ้วออกมาพลางจับแก่นกายขนาดใหญ่สอดแทรกเข้ายังช่องทางรักด้านหลังจนสุดในคราเดียว ทั้งยังกดแช่ไว้แบบนั้น...พลางโน้มตัวลงมาทาบทับบนกายบางจากด้านหลัง

 แจจุงรู้สึกได้ถึงแรงตอดรัดที่คนตัวเล็กฝืนเกร็ง และอาจจะเป็นเพราะความบริสุทธิ์ที่จุนซูตอดรัดเขาแน่นจนเผลอไผลให้รู้สึกดี   มือใหญ่ถลกเสื้อของคนตัวเล็กขึ้น  แล้วจับสะโพกมนบีบเน้นจนเกิดรอยแดง ส่วนเบื้องล่างขยับเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ หลอกให้เหยื่อตายใจ...แต่สำหรับจุนซูแล้ว  รู้สึกทรมานทุกวินาทีเมื่อยามมีสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่เติมเต็มที่ช่องทางแสนรัก รู้สึกคล้ายว่ามันจะฉีกขาด ..

เลือดสีแดงสดจากความบริสุทธิ์ไหลออกล้นช่องทางรักด้านหลังของคนตัวเล็กทุกขณะ เมื่อยามกายแกร่งกระแทกกระทั้นกดย้ำเน้นๆ  จุนซูต้องทนรองรับอารมณ์รุนแรงป่าเถื่อนโดยไม่ร้องออกมาสักนิด  ถึงจะเจ็บสักแค่ไหน  เขาก็จะไม่ร้องออกมาให้คนใจร้ายได้ยิน....ใบหน้าหวานซบลงบนหมอนนุ่มเพื่อเป็นการกลั้นเสียงสะอื้นไห้ ไม่ให้ดังเล็ดรอดออกไป...แต่หยดน้ำตามากมายกลับไหลทะลักทะลายออกมาไม่หยุดจนเปรอะเปื้อนหมอนของแจจุง

เก่งนักนี่  ไม่ครางออกมาสักแอะ  อยากดูหน้าคนเก่งเหลือเกินว่าตอนนี้เป็นยังไง ....

  แจจุงจับคนตัวเล็กพลิกกายให้นอนหงาย แต่ส่วนเบื้องล่างยังคงเชื่อมต่อกัน  ร่างแกร่งถอดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของตนและคนร่างใต้ออก ตอนนี้คนทั้งสองได้เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดๆปกปิด...

 แน่ใจนะ..ว่าจะไม่ครางออกมาน่ะ หืม..”  ริมฝีปากอุ่นร้อนขบเม้มที่ต้นคอขาวเนียนจนเกิดรอยช้ำ  นั่นไม่ได้เป็นการตีตราจอง แต่เป็นเพราะแรงปรารถนาที่พุ่งพร่านจนไม่สามารถจะหยุดไว้เพียงเท่านี้...

ปรารถนา  โดยปราศจากคำว่ารัก...

ต้องการอยากจะครอบครอง...ไม่จำเป็นต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง

  ลิ้นร้อนลากไล้ลงมาเรื่อยๆจนถึงยอดอกสีสวยสะดุดตา  ก่อนจะใช้ริมฝีปากตนครอบครองไล้เลียดูดดุน มือที่ยังว่างยกขึ้นไล้วนยังช่วงฐานของยอดอกอีกข้างพลางบีบเค้นจนคนตัวเล็กเริ่มเกิดแรงปรารถนาอยู่ลึกๆอย่างไม่รู้ตัว...แต่ก็ยังคงใจแข็ง  ยืนยันที่จะไม่ส่งเสียงครางหวานหูออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน...

ฮือออ...ฉันไม่คิดเลย ว่านายจะใจร้ายแบบนี้  เราไม่รู้จักกัน  แล้วฉันก็ไม่รู้จักชื่อของนายด้วย  ฮึ่กก...ทำไมต้องทำแบบนี้ ฮืออ  จุนซูหลับตาแน่นสนิท ปลดปล่อยหยดน้ำตาอาบไหลใบหน้าให้สาแก่ใจ...สะใจพอหรือยังที่รังแกเขาแบบนี้...

อยากรู้จักชื่อของฉัน..อย่างงั้นหรอ?” แจจุงก้มลงถามเสียงเย็น ปลายจมูกโด่งเป็นสันอยู่คลอเคลียบนแก้มนุ่มนิ่ม ทั้งยังลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรินอยู่บนใบหน้าขาวใสอยู่แบบนั้นไม่ถอยหนี...

ไม่! ฮืออ.. นายมันเลว...นายมันไม่มีหัวใจ  ฉันร้องไห้แทบตาย นายก็ไม่เคยเห็นใจ ฉันเกลียดนาย  ฉันไม่อยากรู้จักคนอย่างนาย จำไว้!”

 ได้ยินแค่นั้นเส้นอารมณ์ก็ขาดผึง  มือใหญ่กำข้อมือเล็กแน่น  แทบไม่เห็นสีเลือดฝาดที่หล่อเลี้ยงจนข้อมือบางขาวซีดปนเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ...

ยิ่งนายไม่อยากรู้จัก..ฉันก็จะบอกให้นายรู้!”

ฉันชื่อ..คิม แจ จุง  จำไว้!”

  จบเพียงประโยคนั้น แจจุงจึงกระแทกกายเข้าออกยังช่องทางรักด้านหลังที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆด้วยความโมโหจนร่างบางสั่นคลอน  ความเจ็บปวดทรมานแร่นริ้วไปทั่วร่าง จนริมฝีปากบางเผยออกพร้อมปลดปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บยังส่วนเบื้องหลัง...

ฮืออ..เจ็บ..ฮึ่ก พอ..พอได้แล้ว!!!!” จุนซูกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นห้อง  เพราะเป็นห้องเก็บเสียง แจจุงจึงไม่กลัวตำรวจข้างนอกจะได้ยิน...หากได้ยิน  ตนก็ไม่เห็นจะสนใจ  ให้เข้ามานั่งดูเลยยังได้..

แจจุงประทับตราบาปไปทั่วเรือนร่างบนกายบาง รอยช้ำสีกุหลาบขึ้นสีเข้มเด่นชัดเพราะความที่ผิวเนื้อของคนร่างใต้ขาวอมชมพูและบอบบางเสียเหลือเกิน  ถูกเนื้อต้องตัวนิดหน่อยก็เกิดรอยแดงได้ไม่ยาก...

มือใหญ่ตรงเข้าจับส่วนอ่อนไหวที่ตั้งชูชันจากการสัมผัสเพียงแผ่วเบา  นิ้วเรียวยาวไล้วนยังส่วนปลายจนร่างบอบบางแอ่นสะโพกขึ้นอย่างลืมตัว...จุนซูอดกลั้นเสียงครางไว้ในลำคอ หากปลอดปล่อยเสียงนั้นออกมา คนใจร้ายคงหาว่าเขาง่าย...ทุกกิริยาท่าทางของคนตัวเล็ก ล้วนอยู่ในสายตาแสนร้ายกาจตลอดเวลา

อยากจะครางออกมา ฉันก็ไม่ได้หาว่านายร่านสักหน่อย  ไม่ได้หาว่าเขาเป็นแบบนั้น ทำไมคำว่าร่านถึงได้เน้นย้ำจนหัวใจดวงน้อยรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้....

คิดอะไรมาก อย่าคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์แล้วจะมาเล่นตัวแบบนี้..”

คนอย่างฉัน ถ้าเบื่อ ก็เขี่ยทิ้ง  แต่สำหรับนายแล้ว คงเป็นของเล่นของฉันอีกนาน...นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ฉันยังสนุกไม่พอเลยนะ หึๆใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าหาใบหน้าหวานเรื่อยๆ พร้อมกดจูบที่กลีบปากบางแรงๆ แล้วถอนออกมาทันที จนคนตัวเล็กเม้มปากแทบไม่ทัน

นายก็ไล่ฉันออกไปตอนนี้เลยสิ ถึงจะถูกนักโทษพวกนั้นรุมโทรม...มันก็คงน้อยกว่าความป่าเถื่อนของนายในตอนนี้! นักโทษในที่แห่งนี้รวมกัน ความเลวยังไม่เท่ากับนายแค่หนึ่งคน

อย่างงั้นหรอ...งั้นก็ออกไปตอนนี้เลยสิ..”

ออกไปแต่ตัวนะ...ส่วนเสื้อผ้าฉันจะฉีกทิ้งให้หมด

ออกไปสิ!” พูดพร้อมถอนกายแกร่งออกจากช่องทางด้านหลังอย่างแรง จนคนตัวเล็กนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บ  ร่างสูงโปร่งเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กออกไปจากห้องนี้ แต่จุนซูยังคงนอนนิ่ง  ได้แต่ปิดตาร้องไห้อยู่เงียบๆ ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน เขาแค่พูดประชด แต่ลืมไปว่าพูดกับคนโรคจิต...เขาเพียงพูดเพื่อเปรียบเทียบในความต่ำทราม  แต่คนตรงหน้ากลับเอาจริง...แถมจะให้ตัวเขาออกไปโดยไม่สวมใส่เสื้อผ้า  ป่าเถื่อนนัก...

ลุกขึ้นมาสิ! อยากออกไปให้พวกสวะมันรุมโทรมนักไม่ใช่หรอไง!” ฝ่ามือใหญ่บีบไหล่บางพร้อมดึงขึ้นมาให้ลุกขึ้นนั่งตามแรงกระชาก  จุนซูแทบไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงที่จะฝืนอีกต่อไป อยากจะรู้เหลือเกินว่าคนใจร้ายจะรังแกเขาไปอีกนานแค่ไหน....แค่นี้ก็บอบช้ำเกินหัวใจจะทนไหว...

"ฮึ่กก..." ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักประโยค ได้แต่ก้มหน้าลงสะอื้นไห้เบาๆ มือใหญ่จับปลายคางมนเสยขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าหวานที่ขาวซีดแทบไม่มีสีเลือดฝาดเหมือนในคราแรก เขารู้ว่าทำรุนแรงเกินไป...แต่เขาก็ไม่ชอบ ที่จะให้ใครมาทำตัวน่ารำคาญแบบนี้....สั่งสอนนิดๆหน่อยๆ จะได้หราบจำ

"นึกว่าจะแน่จริง...ที่แท้ก็ชอบเรียกร้องความสนใจนี่เอง..." เอาเถอะ  อยากจะพูดด้วยถ้อยคำเสียดสียังไง ก็ตามใจ  อยากให้เวลามันผ่านพ้นไปโดยไว  ให้ความทรมานนี้ ได้สิ้นสุดลงเสียที

"ฮึ่กก...ฉันเลือกแล้วในตอนแรกว่าจะอยู่ที่นี่...เพราะฉะนั้น  นายอยากจะรังแกฉันยังไงก็แล้วแต่นาย ฮึ่กก...จนกว่านายจะพอใจ ฮืออ"

"หึ...รู้ตัวก็ดีนี่ สรุปว่า...จะอยู่ที่นี่  งั้นสิ" อยากจะคิดแบบไหนก็ตามใจ  เขาคงไม่มีสิทธิ์ทักท้วงหรืออ้อนวอนอีกต่อไป  เพราะเลือกไปแล้วนี่...

  คิดได้ดังนั้นก็ประกบจูบบดเบียดริมฝีปากบางเพื่อเชื่อมต่ออารมณ์ที่ยังคงค้างคาให้ไฟปราถนาได้จุดขึ้นมาอีกครั้ง  พร้อมดันกายบางให้นอนราบไปกับเตียง มือใหญ่จับแก่นกายตนให้เสียดสีกับแท่งเล็กอย่างจงใจ เพื่อแกล้งให้คนใต้อาณัติได้ส่งเสียงครางออกมา แล้วมันก็ได้ผล จุนซูเผลอส่งเสียงครางหวานหูออกมา  นั่นยิ่งไปกระตุ้นแรงอารมณ์ของแจจุงให้ทวีขึ้นไปอีก

"อ๊ะ..ฮึ่กก อ๊า~~" ฝืนทนแค่ไหนก็ไม่สามารถฝืนใจกายเผลอปล่อยให้แรงอารมณ์ครอบงำ จุนซูนึกสมเพชตัวเองที่มีความรู้สึกเช่นนี้ กับคนที่ตัวเองไม่รู้จัก และไม่ได้รัก...

เมื่อได้จังหวะ แจจุงจึงดันกายแทรกเข้ามายังช่องทางด้านหลังของคนตัวเล็กจนสุดในคราเดียว พร้อมกดเข้าลึกๆ จนคนตัวเล็กร้องออกมาด้วยความเจ็บ

"อ๊ะ! เจ็บ..ฮืออ..ผมเจ็บ!!" ไม่ได้ฟังเสียงร้องเวทนาให้ใจนึกสงสาร  แต่กลับกระแทกกายเข้าออกอย่างรุนแรงเพื่อให้ตัวเองไปถึงฝั่งฝันเสียที  เสียเวลามามากพอแล้ว

มือใหญ่จับแก่นกายขนาดเล็กที่ตั้งชูชันเพื่อรอรับสัมผัส รูดชักถี่เร็วจนคนตัวเล็กหลุดหอบหายใจคราง เผลอแอ่นสะโพกรับอย่างลืมตัว

"อ๊ะ อ๊า~~แฮ่กกๆๆๆ~~~"  ส่วนเบื้องล่างยังคงทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง  เนื้อกระทบเนื้อเน้นๆ จนได้ยินเสียงเฉอะแฉะดังกังวานไปทั่วห้อง  เขาอยากหูหนวก ตาบอด ไม่อยากรับรู้ ให้ใจเขาตายด้านเหมือนคนตรงหน้า  ที่ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดชอบชั่วดี....

ริมฝีปากร้ายเหยียดยิ้มที่มุมปาก  เมื่อเห็นการกระทำที่สวนทางกันในตอนแรกที่จุนซูขัดขืนเขา  ในตอนนี้กลับส่งเสียงครางออกมา  ทั้งที่ในตอนแรกทำเป็นอวดเก่งอดกลั้นเอาไว้

หยาดน้ำนมเริ่มปริ่มยังส่วนปลายจนมือใหญ่ที่รูดชักขึ้นลงสัมผัสได้  เมื่อเห็นดังนั้น จึงคลายมือออกจากแท่งเล็ก ปล่อยให้ค้างคาไว้แบบนั้น เพื่อเป็นการแกล้งอีกฝ่ายให้สะใจเล่นๆ

ความวูบไหวปั่นป่วนใกล้ถึงที่สิ้นสุด...กลับต้องสะดุด เมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมชักนำให้เขาสู่หนทางแห่งอิสระ...

เหงื่อจำนวนมากผุดท่วมกายของคนทั้งสองเมื่อเนื้อสัมผัสเนื้อ หยาดเหงื่อจึงเปรอะเปื้อนผิวกายของกันและกัน  แจจุงกระแทกกระทั้นเข้าออกจนกายบางสั่นไหว เริ่มหายใจติดขัด เพราะโรคหอบเริ่มกำเริบ

"ยะ...หยุดก่อน.....แฮ่กกๆๆ  ด.. ได้มั้ยย  ฮึ่กก...ได้โปรดด..พ...พอก่อน ฮึ่กก ฮืออ" จุนซูน้ำตาไหล  เขาเริ่มหายใจไม่สะดวก คล้ายจะขาดใจตายให้ได้ 

"อาาา~~~" เวลาไม่นาน แจุงก็ปลดปล่อยหยาดน้ำนมสีขาวขุ่นฉีดพ่นปนเปไปกับเลือดจำนวนมากที่ช่องทางด้านหลัง  เป็นความโชคดีของจุนซูที่ความเจ็บปวดได้จบลงเสียที  แต่โชคร้ายที่รู้สึกปวดหนึบๆยังส่วนน่าอาย ที่คนใจร้ายปล่อยค้างไว้แบบนี้...เหมือนขังตัวเขาให้จมดิ่งอยู่ในนรก  ปิดกลั้นหนทางที่จะปีนป่ายขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์

แจจุงยันกายลุกขึ้นนั่ง  พลางเอื้อมหยิบซองบุหรี่พร้อมไฟแช็คบนหัวเตียงขึ้นมาจุด  แล้วพ่นลงไปยังใบหน้าหวาน จนจุนซูแทบสำลักควัน

"ที่เหลือ...ก็จัดการตัวเองแล้วกัน"



1 ความคิดเห็น:

  1. แจจุง = =

    แจจู๊งงงงงงงงงง>[]<!!!!!!!

    มาทำแบบนี้กับจุนซูของเค้าได้ยังไงกันฮ้าาาา=[]= (ตอนแรกทำใจได้ไม่ใช่

    เหรอ?= =)

    ฮึ่มๆๆ!! อย่าทำเหมือนจุนซูเป็นของเล่นแบบนี้นะ! รีบๆรักเข้าเร็วๆเลย!!

    ตอบลบ