ควันสีเทาลอยคละคลุ้งไปทั่วปะปนกับอากาศที่บริสุทธิ์นั้น
พ่นออกจากริมฝีปากหนาได้รูปทั้งยังพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวงกลม ซึ่งดูเป็นเหมือนเรื่องง่ายสำหรับเขาเสียเหลือเกิน อาจจะดูเท่ห์ แต่สำหรับตนนั้น เขาขอไม่แตะสิ่งเสพติดเหล่านี้เด็ดขาด ไม่รู้สูบเข้าไปกันได้อย่างไร สิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพพวกนี้
ร่างเล็กนั้นเป็นโรคภูมิแพ้...รวมถึงแพ้ควันบุหรี่นี้ด้วย จุนซูทำท่าจะไอออกมาแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ เป็นเพราะเกรงใจคนตรงหน้า
และถึงแม้คนตรงหน้าที่แสนเย็นชาผู้นี้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจมาช่วยตน แต่ถึงอย่างไรซะ ตนก็ยังรู้สึกขอบคุณเขาคนนี้อยู่ดี...
“ดูดมั้ย?” ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางคีบบุหรี่ออกจากริมฝีปากตน พร้อมทั้งยื่นบุหรี่ตัวนั้นให้ร่างบาง
“ม...ไม่เป็นไรครับ ผ..ผมไม่สูบ”ร่างเล็กปฏิเสธอย่างนิ่มนวลด้วยอาการหวั่นเกรง ซึ่งคนที่สังเกตอาการนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวในความหงอของนักโทษผู้นี้
“นอกจากหน้าตาจะหงิมแล้ว นิสัยก็ไม่ต่างอะไรจากหน้าตา นี่หรือ...นักโทษที่ฆ่าคนตายมา หึ..”ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มขึ้นเมื่อยามมองใบหน้าแสนหวานราวกับเด็กผู้หญิง ร่างเล็กที่แสนบอบบางนั้นคงไม่มีทางที่จะไปมีเรื่องกับใครจนถึงขั้นติดคุกเข้าตาราง หากตนจะพอคาดเดาได้ คงถูกใส่ร้ายมาสินะ
“คุณรู้...ด..ได้ยังไงกัน” ร่างเล็กเอ่ยถามออกไปอย่างตะกุกตะกัก สายตาอยากรู้เต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์จากดวงตาคู่สวยนั้น ปรากฏแก่สายตาคม ยิ่งทำให้แน่ใจได้ว่า...ลูกแกะน้อยตัวนี้ คงจะถูกป้ายสี จนกลายเป็น ‘แพะรับบาป’ อาจจะเป็นไปได้...
“หึๆ นักโทษที่นี่ส่วนมากก็โดนคดีนี้มาทั้งนั้น..”
“ฉันไปละ..”มือใหญ่โยนบุหรี่ที่ตนสูบจนเหลือเพียงแค่ครึ่งตัวโยนหล่นลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมทั้งค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นยืน เท้าอีกข้างเหยียบบุหรี่ที่ยังคงติดไฟตัวนั้นให้มอดดับกลายเป็นผุยผง แล้วเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่หันมามองร่างบางอีกเลย...
ร่างเล็กที่สั่นระริกเพราะความหวาดกลัวนั้น ไม่อยากอยู่ในที่แห่งนี้คนเดียวเพียงลำพัง อย่างน้อยคนที่เพิ่งเดินจากไป แม้จะดูน่ากลัวสักแค่ไหน แต่เมื่อยามอยู่ใกล้ ตนก็ไม่ได้รับอันตรายใดๆจากคนๆนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างเล็กจึงตัดสินใจรีบเดินตามหลังแกร่งนั้นไปอย่างเงียบๆ แต่มีหรือ ว่าคนอย่าง คิมแจจุง จะไม่รู้ ว่ามีคนเดินตามตนมา ร่างแกร่งหยุดชะงัก ส่งผลให้ใบหน้าหวานที่เดินก้มหน้าก้มตาอยู่นั้นชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างเต็มๆ..
ปึ่ก
“ตามมาทำไม?” ร่างแกร่งเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็ยังไม่หันหลังมามองบุคลที่เดินตามตนมา
“คือว่า...ฮึ่ก..ผมขอตามคุณไปด้วย ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ผมขอตามคุณไปทุกที่ได้มั้ย?” ร่างเล็กกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไว้ ทั้งๆที่จะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ก็ได้แต่กลืนก้อนสะอื้นนั้นลงในลำคออย่างอดกลั้น...
ร่างแกร่งไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่ปล่อยให้ร่างบางนั้นเดินตามตนมาโดยไม่ว่าอะไร ขณะที่แจจุงจะเดินเข้าไปยังห้องๆหนึ่งนั้น ร่างเล็กกำลังจะเดินตามเข้าไป แต่กลับถูกตำรวจสองนายที่ยืนอยู่หน้าห้องจับตัวไว้
“นายจะเข้าไปได้ยังไง ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับนาย ชั้นจะพานายไปส่งที่เดิม” ว่าแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งก็ดึงร่างบางให้เดินตามตนมา เพื่อไปส่งยังที่ๆนักโทษผู้นี้ควรจะอยู่ ที่ๆเป็นสถานที่ที่มีแต่นักโทษกระหายเหยื่อซึ่งร่างบางเพิ่งเผชิญ เหตุการณเมื่อครู่ยังคงตอกย้ำในหัวสมองจนต้องออกแรงขัดขืน จนทำให้ร่างสูงใหญ่ถึงกับไม่พอใจบุคคลที่กำลังจับกุมเป็นเพียงแค่นักโทษคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรถึงมาขัดขืนเช่นนี้
เมื่อไม่ยินยอมที่จะตามมา ก็คงต้องออกแรงดึงกระชากด้วยกำลังที่มากมายมหาศาล มีหรือเรี่ยวแรงอันน้อยนิดจะต้านทานไหว ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าตามแรงกระชากของตำรวจหนุ่ม จนต้องเดินตามไป หากรั้งไว้คงได้เจ็บตัว
“เดี๋ยว!” เสียงนุ่มทุ้มแต่แลทรงอำนาจในคราเดียวเอ่ยออกมาเพียงแค่ประโยคสั้นๆ แต่นั่นก็ทำให้ตำรวจหนุ่มที่เดินพาร่างบางไปข้างหน้าต้องหยุดชะงัก
ตึก...ตึก
เสียงเดินจากคนข้างหลังเดินมายืนเคียงขนาบข้างตำรวจหนุ่ม ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าใกล้ จนริมฝีปากหนาชิดริมใบหู ทว่านักโทษผู้นี้ คือ คิมแจจุง ถึงทำให้ตำรวจหนุ่มถึงกับเกิดอาการเกร็ง “คิดจะตามใจชั้น...ก็ตามใจให้มันถึงที่สุดหน่อยสิ...” ทั้งยังกระซิบกระซาบเพื่อไม่ให้อีกคนที่มองมาได้ยิน
“ถ้านักโทษคนนี้ ชั้นจะเอาเข้าไปอยู่ในห้องด้วย..มันจะมีปัญหาอะไรมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?” พูดเพียงแค่นั้นก็ถอยออกแล้วเหยียดยิ้มขึ้นเมื่อเห็นตำรวจหนุ่มมีเม็ดเหงื่อไหลตามใบหน้าจากอาการหวั่นกลัว
จะให้ตนอยู่ในที่นี่อย่างสบาย ให้ตายใจ แล้วล่อหลอกให้บอกเรื่องราวทั้งหมดของผู้เป็นนาย แผนโง่ๆ สิ้นคิด ไม่น่ามาใช้กับตน
ที่เหลือก็แค่รอเวลา หากถึงเวลานั้น คิดหรือ ว่าตนจะจมปรักอยู่ที่นี่ แม้มันจะช่างเหมือนสรวงสวรรค์ สุขสบายเพียงใด นักฆ่ารอวันประหารอย่างตน จะอยู่ที่นี่ไปทำไม แหกออกจากสวรรค์จอมปลอมภาพลวงตาบดบังสิ่งที่เรียกว่านรกบนดิน นั่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับตน
เพียงแค่รอวัน และเวลา
ที่นี่มันก็แค่ชั่วคราวก็เท่านั้น....
ใบหน้าหล่อเอียงคอเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นเชิงบอกให้ปล่อยนักโทษหน้าหวานผู้นี้ เมื่อสายตาและท่าทางพร้อมประโยคเมื่อครู่บอกมาซะขนาดนั้น มีหรือว่าตำรวจหนุ่มจะไม่ทำตามความต้องการของคิมแจจุง นักโทษที่ไม่เว้นแม้แต่ตำรวจยังหวั่นเกรง
ร่างบางที่ถูกปล่อยตัวถึงกับฉงน ได้แต่ยืนทื่อไม่ขยับไปไหน
“จะไม่ตามเข้ามาใช่มั้ย ฮึ!” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปภายในห้องกว้าง ร่างเล็กที่ยังคงยืนไม่รู้ประสีประสา รีบเดินตามเข้าไปตามคำเชิญชวน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านหน้า จึงจัดการล็อกกุญแจแน่นสนิท เมื่อเห็นทั้งคู่เข้าไปแล้ว
การที่จะได้อยู่ห้องคุมขังเดี่ยวอย่างสุขสบายคล้ายห้องเช่า
คงจะมีแค่เพียงพวกมีอิทธิพลเท่านั้นถึงจะอยู่ได้....แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากที่จะอยู่นักหรอก
อิสระเท่านั้น...คือสิ่งที่นักโทษทั้งหลาย ปรารถนา...
.
.
.
.
ณ คฤหาสน์หรู ที่ๆเคยเป็นของคิมจุนซู
แต่ในตอนนี้คงไม่ใช่ เมื่อเจ้าของบ้านได้อยู่ในสถานที่ ที่ไม่ควรจะอยู่ ตามแผนการชั่วร้ายของคนที่ไว้ใจ คิมจุนซูคงไม่ทันได้คิด และคงนึกไม่ถึงด้วยซ้ำ ว่านี่เป็นแผนกำจัดตนให้พ้นจากสมบัติและคฤหาสน์หลังนี้
“ผมเล่นละครเก่งมั้ยครับ..แม่ควรให้รางวัลออสการ์กับผมนะ หึๆ” แน่นอนว่าคนที่ควรตาย กลับยังมีชีวิตอยู่ คีย์นั้นตบตาพี่ชายต่างมารดา เลือดที่ไหลจากต้นคอขาวของตนให้ได้เข้าใจผิดคิดว่าตายจริงๆนั้น มันเป็นเพียงแค่สีผสมอาหารที่ใช้แผ่นสีเนื้อบางๆเสมือนเนื้อจริงแปะไว้ที่ต้นคอ หาได้ใช่เลือดของตนจริงๆ
ตำรวจใหญ่ที่จับกุมคิมจุนซูนั้นก็เป็นพวกตนเองแทบทั้งนั้นเลยปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับว่าคีย์นั้นได้เสียชีวิตไปแล้วจริงๆ
หัวใจคนเรานั้น...เป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา....
จิตใจของมนุษย์นี้ไซร้...ยากแท้หยั่งถึง...มันลึกเสียยิ่งกว่ามหาสมุทรที่แสนกว้างไกล
อย่าคิดไว้เนื้อเชื่อใจใครง่ายๆเชียว...
“แน่นอนจ้ะลูกรัก...ภูมิใจในตัวลูกจริงๆ ดูนี่สิ!”
++สลด! พี่น้องตระกูลคิมฆ่ากันเอง คิมจุนซู..ถูกแจ้งจับโดยแม่เลี้ยง ด้วยหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าได้ใช้มีดฆ่าชีวิตน้องชายต่างมารดาดับอนาถ!!++
มือที่หยาบก้านหยิบหนังสือพิมพ์ให้ลูกรักได้อ่าน ที่จ่อหัวข่าวตามความจงใจของตน แถมได้ขึ้นหน้าหนึ่ง ได้สะใจสองแม่ลูกยิ่งนัก
“เป็นแผนของนายเองสินะ คีย์!” น้ำเสียงราบราบเอ่ยขึ้น
แต่แววตาหาเรียบเฉยเหมือนคำพูด มือใหญ่กำหนังสือพิมพ์ในมือแน่น ยิ่งได้ข่าวว่าจุนซูโดนจับ
แถมบังเอิญมาได้ยินอะไรบางอย่างที่มันมากกว่าที่ตนคิด และไม่คาดคิดเลยด้วยซ้ำ
สองแม่ลูกคู่นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว
“ม...มินโฮ!”
ร่างบางหันไปมองต้นเสียง แล้วก็ต้องตกใจ พร้อมรีบเดินเข้าไปหาชายที่ตนแอบหลงรัก
ทำท่าจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่เหมือนคนตรงหน้าไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวจากเขา....
"นายมันทุเรศคีย์!..พี่จุนซูเป็นพี่ชายของนาย..แต่นายกลับ..ใช้แผนชั่วๆแบบนี้
จนทำให้พี่จุนซูเข้าคุก นายมันเลว!" แม้ไม่ได้โดนตบ
แต่มันกลับรู้สึกชาไปทั่วใบหน้า
ฉันเลว..อย่างนั้นหรอมินโฮ...ใช่..เลว..ฉันเลวเพราะรักนาย จนทำได้ทุกอย่างยังไงล่ะ
ร่างบางเดินเข้าไปใกล้คนร่างสูง
พร้อมทำท่าจะกระซิบอะไรบางอย่าง ที่ทำให้มือใหญ่ถึงกลับกำแน่นระงับอารมณ์โกรธ
เดือดดาล
"แต่ยังไงนายก็คงต้องเจอคนเลวๆอย่างฉันไปตลอดชีวิตแหละมินโฮ...ลืมอะไรไปหรือเปล่า
ว่าซึงฮยอน พี่ชายของนายน่ะ...เขายังต้องอาศัยแม่ของฉันนะ หึๆ"
"บางที..หากฉันอยากจะแต่งงานกับนายขึ้นมา...นายคงทำอะไรไม่ได้หรอก..เพราะยังไงซะ
พี่ชายของนายก็ตามใจฉันอยู่ดี หึๆ"
"คีย์!"
อารมณ์เดือดมันพลุ่งพร่านจนแทบง้างมือขึ้นมาตบคนตรงหน้า...แต่ต้องเก็บมันไว้ให้ลึกๆ
ที่คนตรงหน้าพูดมานั้นจริงทุกอย่าง
พี่ชายเขาเป็นถึงหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ตำรวจกำลังตามตัว
คงต้องอาศัยแม่ของคีย์เพื่อหลบหลีก ถึงแม้เขาจะโกรธ
จะเกลียดคีย์สักแค่ไหนที่ทำแบบนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ช่วยคนที่เขาหลงรักให้ออกจากคุกไม่ได้ มันน่าแค้นใจนัก
ครอบครัวนี้มีเพียงแค่จุนซูเท่านั้นที่เขาอยากรู้จัก
นอกนั้น...อย่าได้เห็นหน้ากันเลยดีกว่า...
.
.
.
.
ร่างเล็กที่เดินตามเข้ามาพร้อมทั้งหลบอยู่มุมห้อง มองสำรวจไปทั่วห้องกว้างช่างต่างจากห้องคุมขังนักโทษโดยสิ้นเชิง นักโทษคนนี้มีอภิสิทธิ์อะไรกัน ไฉนตำรวจในที่แห่งนี้ดูจะเกรงใจนัก
ใบหน้าไร้เดียงสาดวงตากรมเรียวเล็กใสซื่อเริ่มมีหยาดน้ำตาคลอรื้นที่ขอบตาจนแทบจะไหลออกมา ด้วยความคิดถึงบ้าน ป่านนี้คงจะได้กินดีอยู่ดีสุขสบาย ไม่ต้องมารู้สึกตายทั้งเป็นแบบนี้ ความรู้สึกหดหู่ มองไปทางไหนก็รู้สึกมืดบอดไปหมด ตนไม่อยากที่จะมีความรู้สึกเช่นนี้ เพราะมันคืออาการที่เรียกว่า ‘โรคซึมเศร้า’ โรคเก่าที่ห่างหายไปนาน ทว่ามันกลับมาครอบคลุมความรู้สึกให้มืดมิดจนมองไม่เห็นแสงสว่างที่เคยหล่อหลอมในจิตใจ
จุนซูนั้นไม่ได้สนสายตาแสนร้ายกาจที่มองมาเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจสิ่งรอบข้างแล้วตอนนี้ สายตาคมทอดมองไปยังร่างเล็กที่ยืนหลบอยู่ริมห้อง พลางมองประเมินร่างนั้นอย่างครุ่นคิด
ในโลกนี้ คงไม่มีใครคนไหนที่ไม่หวังผลตอบแทน ตัวเขาก็เช่นกัน ยิ่งเป็นคนเลวอย่างเขาแล้ว การทำความดีเพียงแค่หนึ่งครั้ง ยิ่งต้องหวังผลตอบแทนที่แสนจะคุ้มค่า เจ้าเด็กนี่ก็น่ารักไม่หยอก ยิ่งมองก็แทบไม่อยากจะละสายตาหนีไปไหน หากรอดพ้นจากนักโทษสวะพวกนั้น คงต้องเสร็จตนเข้าสักวัน....
ร่างสูงค่อยๆเดินเข้าใกล้ร่างบางต้อนจนมุมจนหลังบอบบางนั้นชนเข้ากับกำแพงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มือใหญ่อีกข้างใช้ดันกำแพง ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าหาใบหน้าหวานจนห่างกันเพียงแค่อากาศกั้น สบตามองสายตาที่สั่นระริกคู่นั้นแล้วยิ่งชอบใจ
“อยู่ที่ไหนมันก็อันตรายเหมือนๆกัน คิดว่าอยู่ที่นี่จะปลอดภัย นายคงคิดผิด..”
เม้นให้ตัวเองก่อนจิ๊ ไม่คุ้นเลยบล็อกใหม่
ตอบลบไม่รอด..หึๆ^^ 55555+
ตอบลบ